ข่าว ข่าวภาคกลาง

“ฉะเชิงเทรา” สั่งปิดสนามเด็กเล่น-ร้านสะดวกซื้อ 5 ทุ่มวันนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สั่งปิดสนามเด็กเล่น-ร้านสะดวกซื้อ 5 ทุ่ม ถึง ตี 5 มีผล 27 มี.ค. – 8 เม.ย. 63 ฝ่าฝืนเจอคุก

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 63 ที่ผ่านมา นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ออกประกาศคำสั่งที่ 16/2563 เรื่อง “สั่งปิดสถานที่เพื่อควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (เพิ่มเติม)”

โดยในคำสั่งดังกล่าวระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. แล้วนั้น เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น อนุสนธิคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 10/2563 ลงวันที่ 23 มี.ค. 2563 เรื่อง สั่งปิดสถานที่เพื่อควบคุมการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เพิ่มเติม ดังนี้

1. ให้ปิดสนามเด็กเล่นทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 8 เม.ย. 2563

2. ให้ปิดร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าปลีกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น มินิบิ๊กซี โลตัสเอ็กซ์เพรส แฟมิลี่มาร์ท 108 ช็อป เป็นต้น ตั้งแต่เวลา 23.00 น ถึงเวลา 05.00 น ของวันใหม่ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 8 เม.ย. 2563

และเนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้การควบคุมและป้องกันเนิ่นช้าไป จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 คู่กรณีไม่อาจใช้สิทธิโต้แย้งคำสั่งนี้ได้

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการจ้างงานตามคำสั่งนี้ ให้ติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 0-3851-4842 และ 08-8202-1265 และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ 0-3851-4260 และ 08-0567-3035

ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามมาตรา 368 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ