คิดว่าเป็นนางฟ้า ? “หนุ่มจันทบุรี” เปิดใจเหตุให้สาวผ่านแอพหาคู่ยืมเงิน หมดเกือบแสน [คลิป]

นายสรฉัตร หรือ นัท อายุ 31 ปี ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจส่งออก ได้นำหลักฐาน ซึ่งเป็นสำเนาเอกสาร การพูดคุยกับหญิงสาวรายหนึ่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ในเรื่องต่างๆ รวมไปถึงการขอยืมเงิน สลิปการโอนเงินบัญชีธนาคาร มาแสดงพร้อมแจ้งความกับ ร.ต.อ.อภิชาติ โกเนตร์สุวรรณ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี

 

โปรไฟล์ปานนางฟ้า “หนุ่ม” แชทหาคู่โดนลวงโอนเงินหมดกว่าแสน

 

หลังจากเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสรฉัตร ได้เล่นแอพพลิเคชั่นหาคู่ จนกระทั่ง พบหญิงสาวหน้าตาดีถูกใจ โปรไฟล์สวย จึงได้มีการติดต่อขอแลกไอดีไลน์กัน หลังจากนั้นวันที่ 7 พ.ย.ได้มีการพูดคุยระหว่างกัน โดยฝ่ายหญิงสาว อ้างว่า กำลังเดือดร้อน เนื่องจากต้องไปทำธุระที่ต่างจังหวัดแต่ไม่มีเงินติดตัว นายสรฉัตร ผู้เสียหาย จึงโอนเงินครั้งแรกให้ จำนวน 1,500 บาท และต่อมาในช่วงเวลาเพียง 2 วัน ได้พูดคุยกันเช่นเดิม พร้อมกับโอนเงินไปให้อีกถึง 12 ครั้ง ทำให้ต้องสูญเงินไปจำนวนกว่า 89,000 บาท ต่อมาพอรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมกับทำการแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามตัวหญิงสาวรายนี้ ที่ใช้ชื่อไลน์ ของขวัญ 165 มาดำเนินคดี และนำเงินกลับคืน

โดยนายสรฉัตร เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองได้เข้าแอพพลิเคชั่นหาคู่ในสมาร์ทโฟน จากนั้นได้รู้จักกับหญิงสาวรายนี้ และมีการของไอดีไลน์กัน เมื่อได้ไอดีไลน์ จึงมีการพูดคุยผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ จากนั้น เมื่อวันที่ 7 พ.ย. หญิงสาวรายนี้ ได้อ้างว่ากำลังขับรถเดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด แต่หยิบบัตร ATM มาผิดใบ และไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำมัน จึงขอยืมเงินกับตนเอง โดยตนเองโอนเงินให้ครั้งแรก ผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย เพราะเชื่อใจด้วยความหวังดี อยากช่วยเหลือจึงโอนเงินให้ จำนวน 1,500 บาท และหลังจากการพูดคุย จึงทราบว่าฝ่ายหญิงทำธุรกิจขายครีมเครื่องสำอางค์ พร้อมกับขอยืมเงินเพื่อซื้อของลงทุนในการทำครีม ด้วยการที่หญิงสาวพูดจาเก่ง รูปโปรสวย จึงทำให้หลงเชื่อโอนเงินไปหลายรอบ มากที่สุดโอนให้จำนวน 19,000 บาท โดยอีก 12 ครั้งต่อมา ได้โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ซึ่งทยอยโอนเป็นเงินครั้งละหลักพันแล้วแต่ฝ่ายหญิงจะขอยืม ซึ่งในช่วงระหว่างวันที่ 7-9 พ.ย. ที่ตนเองพูดคุยกันผ่านไลน์ ได้โอนเงินไปให้ 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 89,330 บาท หลังจากนั้น ตนเองได้พยายามพูดคุยเพื่อทวงถามเรื่องเงิน จนกระทั่งวันที่ 11 พ.ย. ได้ถูกหญิงสาวรายนี้ เปลี่ยนไลน์ พร้อมกับบล๊อคตนเองไปในที่สุด จึงรู้สึกว่าน่าจะถูกหลอกแล้ว เพราะก่อนหน้าฝ่ายหญิงก็ไม่สะดวกจะให้หมายเลขโทรศัพท์ จึงได้นำเรื่องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอยากให้เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น อย่าหลงเชื่อใจใครง่ายๆ ควรศึกษาให้รอบครอบ และไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับใครอีก

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนเรื่องของการดำเนินคดี นายสรฉัตร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนเองได้ขอคำปรึกษาไปยังหลายที่ รวมไปถึง “ปอท” กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองจันทบุรี ซึ่งทางตำรวจ ได้แนะนำให้หาทนายความ เพื่อติดตามเรื่องคดี เนื่องจากเป็นคดีเพ่ง การสอบสวนของเจ้าหน้าที่อาจไม่ครอบคลุมเช่นคดีอาญา โดยเฉพาะการตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ได้ทำการโอนเงินไป ซึ่งต้องให้ทนายความทำเรื่องร้องขอมา ทางตำรวจจึงจะออกเอกสารให้เข้าตรวจสอบกับทางธนาคารได้ ซึ่งคดีลักษณะนี้ คล้ายกับการยืมเงินระหว่างบุคคล เนื่องจากทั้งสองฝ่าย มีการตกลงโอนและรับปากเรื่องการคืนเงิน จึงจำเป็นต้องให้ทนายความเข้าช่วยเรื่องคดี แต่สุดท้ายแล้ว ตนเองอยากได้เพียงเงินคืน เท่านั้น และไม่อยากเห็นหน้าหญิงสาวมหาภัย รายนี้ ซึ่งหลังเกิดเหตุตนเองได้เขียนข้อความด้วยลายมือใส่กระดาษ A4 ติดไว้ข้างที่นอน “อย่าให้ทุกคนยืมเงิน” เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ไว้เตือนตัวเองต่อจากนี้