ข่าว

“กอบศักดิ์” โฆษกพปชร.ลงพื้นที่เชียงใหม่ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นควัน

โฆษกพรรคพปชร. ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เร่งหาทางแก้สถานการณ์ฝุ่นควันไฟป่า ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว หลังกระทบสุขภาพและการท่องเที่ยว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะทำงานด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหารือสถานการณ์และแนวทางการแก้ปัญหาจัดการไฟป่ากับเจ้าหน้าที่ศูนย์กำกับดูแลไฟป่า อำเภอสะเมิง และได้สอบถามปัญหาด้านสุขภาพกับประชาชนผู้ประสบเหตุในพื้นที่จำนวนมาก ที่ได้มารอรับบริการตรวจสุขภาพจากสาธารณสุขและมารับการให้การอบรมความรู้เรื่องฝุ่น pm2.5 และสาธิตวิธีการดัดแปลงพัดลมให้สามารถดักฝุ่นผ่านแผ่นกรอง

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองมีผลกระทบอย่างมากกับประชาชนในพื้นที่ โดยเห็นได้จากวันนี้มีผู้ประสบเหตุมารวมตัวเพื่อขอความช่วยเหลือด้านสุขภาพจากทางสาธารณสุขจำนวนมาก ทั้งนี้จำเป็นต้องมีมาตราการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะสั้น กลาง และ ยาวให้ได้ โดยมลพิษในฝุ่น pm2.5 นั้นสร้างความเสียหายให้กับประเทศปีละหลายหมื่นล้าน ไม่ว่าจะเป็นในระยะสั้นที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เดินไม่ได้ สร้างปัญหาด้านสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนในระยะกลาง และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในระยะยาว

โดยทางทีมนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคได้หารือแนวทางนโยบายการแก้ปัญหาเบื้องต้นกับนักวิชาการต่างๆมาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้มาลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะเดินทางต่อไปพบนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เพื่อหารือการบริหารจัดการพื้นที่เซฟโซนและระดมความคิดกับนักวิชาการในหลายภาคส่วนที่ศูนย์ประชุมในพื้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่

ทั้งนี้ในการแก้ปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของไฟป่า การลดการเผาฟางจากไร่อ้อย ไร่ข้าวโพดเป็นต้น โดยในการในปัจจุบันมีตัวอย่างในการนำฟางข้าวโพดให้เกิดประโยชน์และรายได้สูงสุดซึ่งจะทำให้เกิดการนำฟางข้าวโพดไปใช้ประโยชน์แทนการเผาแล้ว เช่นฟางข้าวโพดสามารถนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ใบอ้อยสามารถนำไปทำใช้ผลิตไฟฟ้า ใบอ้อยสามารถนำไปเป็นอาหารให้วัววากิว เป็นต้น ซึ่งในอนาคตควรมีการทำวิจัยต่อยอดและมีมาตราการส่งเสริมให้เกิดการนำวัตถุดิบจากฟางข้าวโพดไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป นอกจากนี้ยังได้มีการหารือระดมความคิดแนวนโยบายกับนักวิชาการและผู้ประกอบการในหลายภาคส่วนเพิ่มเติมเพื่อนำไปเตรียมผลักดันนโยบายการแก้ปัญหาในระยะสั้น กลาง และ ยาวต่อไป