ศาลนครพนม สั่งจำคุก “สับ วาปี” 2 ปี 10 เดือน รับผิดแทนครูจอมทรัพย์

ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี ครูจอมทรัพย นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 56 ปี อดีตข้าราชการครูชาวสกลนคร ที่ออกมาร้องกระทรวงยุติธรรม ให้มีการรื้อฟื้นคดี หลังถูกศาลจังหวัดนครพนมตัดสินจำคุกฐาน ความผิดขับรถชนคนตาย คือ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 74 ปี ชาวบ้าน ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม เหตุเกิดบริเวณถนน ระหว่าง ต.พระซอง กับ อ.เรณูนคร เมื่อ วันที่ 11 มีนาคม 2554

ในวันนี้  ศาลจังหวัดนครพนม ได้มีคำพิพากษาตัดสิน พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทย์ กับ นายสับ วาปี จำเลยที่ 1นางจันทร์ วาปี จำเลยที่ 2 โดยได้พิพากษาตัดสิน จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 172 และ 267 ประกอบมาตรา 83 , 177 วรรคสอง 210 วรรคหนึ่ง การกระทำจำเลย มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทวความผิด ตาม ป อาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งความอันเป็นเท็จ แก่เจ้าพนักงาน จำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันแต้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา และฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ใช้เป็นพยานหลักฐาน จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล จำคุก 3 ปี แต่มีการเพิ่มโทษ 1 ในสาม คือเป็น 4 ปี ฐานซ่องโจร 1 ปี

ทั้งนี้ จำเลยที่ 1 รับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษ กระทงละกึ่งหนึ่ง รวมจำคุก 2 ปี 10 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2 นางจันทร์ วาปี รวมจำคุก 1 ปี 9 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วน ครูจอมทรัพย์ กับ นายสุริยา นวลเจริญ  พร้อมพวกที่เหลือ ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว รอการพิจารณาของศาล หลังมีการไต่สวนจนครบ และมีรายงานว่า จะมีการพิจารณาตัดสินคดี ครูจอมทรัพย์ ในวันที่ 6 มีนาคม 2562

 

โดยก่อนหน้านี้ศาลพิพากษา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ยืนตามศาลชั้นต้น ให้ครูจอมทรัพย์ มีความผิดจริง และยกคำร้องรื้อฟื้นคดี หมายถึงมีความผิดจริง บวกกับมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า มีขบวนการ สร้างพยานหลักฐานเท็จ ทำให้ตำรวจมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ใหม่ ดำเนินการจับกุม ครูจอมทรัพย์ พร้อมพวก มี นายสุริยา นวลเจริญ ซึ่งเป็นผู้วางแผนสร้างพยานเท็จ รวมถึง อดีตสามี คือ นายนรันดร์ แสนเมืองโคตร และบุคคลเกี่ยวข้อง รวม 11 ราย ฐานความผิด 4 ข้อหาหนัก แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ร่วมกันแจ้งเจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ร่วมกันเบิกความเท็จ และซ่องโจร ส่งอัยการฟ้องศาล ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560