ข่าว ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาชญากรรม

“ศรีวราห์” รับอาวุธสงครามจ.สุรินทร์ เชื่อมโยงเคส จ.ศรีสะเกษ

“ศรีวราห์” ยอมรับอาวุธสงครามจ.สุรินทร์ เชื่อมโยงอาวุธสงครามจ.ศรีสะเกษ ไล่กล้องวงจรปิด 19 ตัวเส้นทางเป้าหมายหาตัวผู้ต้องสงสัย รอผลตรวจลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ คาดภายใน 1 เดือนรู้ผล

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา14.20 น. วันที่10มิถุนายน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวถึงกรณีพบกระสอบบรรจุอาวุธสงคราม AK-47 จำนวน 16 กระบอก แม๊กกาซีน 129 อัน และน้ำมันทำความสะอาดปืน 18 กระปุก ทิ้งไว้อยู่ในบ่อน้ำบ้านกระโงก ม.3 ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ว่า อาวุธสงครามทั้งหมดอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ขณะสั่งการให้ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผบก.สปพ. ซึ่งเชี่ยวชาญด้านตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าไปตรวจสอบว่าเป็นอาวุธสงครามล็อตเดียวกันกับพี่พบในลำห้วย อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ หรือไม่ ยอมรับว่าในทางสืบสวนอาวุธสงครามที่ อ.สะเดา จ.สุรินทร์ มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่พบ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

รองผบ.ตร. กล่าวว่า ส่วนการขยายผลอาวุธสงครามที่พบในคลองน้ำ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้ได้ตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด19 ตัว ตามเส้นทางเป้าหมาย เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่คาดว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า1คน อาวุธจำนวนมากไม่เชื่อว่าจะขนมาคนเดียวได้ แต่พอจะมีข้อมูลกลุ่มผู้ต้องสงสัยอยู่บ้าง ซึ่งก็ได้นำของกลางกระสอบ ถุงมือ และอาวุธสงคราม ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอแฝง คาดว่าภายใน 1 เดือนจะทราบผล ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล

“เชื่อว่าจุดที่พบเป็นเพียงจุดพักอาวุธเท่านั้น แม้ถุงกระสอบจะมีสภาพเก่า แต่ตัวอาวุธยังใช้การได้ และไม่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะ คาดว่านำมาพักไว้ไม่นาน ส่วนจะนำไปไหนต่อนั้นต้องสืบสวน ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ แต่อาวุธสงครามที่พบมีลักษณะคล้ายที่ถูกใช้ในการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2553-2557 และไม่ใช่อาวุธลักษณะเดียวกับที่ใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน ส่วนประเด็นค้าอาวุธสงครามก็ยังไม่ตัดทิ้ง แต่ให้น้ำหนักน้อยมาก ส่วนระเบิดที่พบที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เป็นระเบิดเก่าประมาณ 40-50 ปีที่แล้ว ใช้งานไม่ได้ อยู่ระหว่างให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม”รองผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20-23 มิถุนายนนี้ ได้สั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยของกลุ่มผู้นำและคณะติดตามเพิ่มอีกเท่าตัว และตั้งด่านตามเส้นทางต่างๆ คุมเข้มทั้งพื้นที่ชั้นในและชั้นนอก ไม่กังวลว่าการพบอาวุธสงครามจะทำให้ผู้นำที่มาประชุมกังวล แต่กลับจะยิ่งทำให้ผู้นำแต่ละประเทศมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ที่ประเทศไทยมีมาตรการกวดขันอาวุธสงครามที่เข้มข้น มีทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ดำเนินการอย่างเต็มที่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

พบอีกอาวุธสงครามอื้อใส่กระสอบปุ๋ยทิ้งบ่อน้ำสุรินทร์