ข่าวภาคใต้

สวญ.สภ.บ้านในควน ฝากถึง “บ่าววี” คดีไม่คืบเพราะภรรยาผู้ตายไม่ให้ความร่วมมือ![คลิป]

“พ.ต.ท.เจษฎา  แสงมณี” สวญ.สภ.บ้านในควน ฝากถึง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “บ่าววี” กรณีภรรยาของ “นายดรุณ ฤทธิ์หมุน” หรือ บังหมุด ผู้ตายซึ่งมีฐานะเป็นน้าชายไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสืบคดี พร้อมตั้งปมการสังหาร 2ประเด็นหลัก เน้นคดียาเสพติดและฆ่าล้างแค้น

จากคดีที่กลุ่มคนร้ายติดตามประกบยิงนายดรุณ ฤทธิ์หมุน หรือบังหมุด อายุ 57 ปี มีอาชีพชำแหละเนื้อวัวขายในตลาดนัด   อยู่บ้านเลขที่1 หมู่ 6 บ้านโคกทราย ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมานี้  ที่ถนนกะช่อง-โคกทราย หมู่ที่ 6 ตำบลโพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ขณะที่ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากมัสยิดเพื่อเดินทางกลับบ้านพัก  หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ชุดสืบสวน สภ.บ้านในควน และในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองปราบปราม ก็ลงพื้นที่ ในการไล่หากล้องวงจรปิด เพื่อแกะรอยคนร้าย  โดยคนร้ายในคดีนี้ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 2 คน หมวกกันน็อค ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียนให้น้ำหนัก หลังก่อเหตุ มุ่งหน้าไปทาง กะช่อง อ.นาโยง จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบางตัวถูกลบข้อมูลวันเกิดเหตุออก

โดยผู้ตายเป็นน้าชายของนักร้องลูกทุ่งเพื่อชีวิต ชื่อเสียงโด่งดัง  “บ่าววี อาร์สยาม”  โดนยิงด้วยอาวุธปืน  จำนวน 3 นัด เข้าใต้รักแร้ขวา ทะลุหน้าอก 1 นัด หัวไหล่ขวา 1 นัด และข้างขวาทะลุหน้าท้องอีก 1 นัด     จากการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านในควน  และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองปราบปรามพบว่า  ประเด็นการสังหาร มาจากเรื่อง  1.ยาเสพติด 2.ความแค้นส่วนตัว

ล่าสุดทางด้าน พ.ต.ท.เจษฎา  แสงมณี สวญ.สภ.บ้านในควน  กล่าวว่า” วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม  ได้ลงพื้นในวันนี้ เพื่อมาแชร์ข้อมูลร่วมกันในการคลี่คลายคดี จากการสอบพยานไปหลายปากก็เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี  แต่จากการสอบพยานอีกคนคือภรรยาของนายดรุณ  ผู้ตายนั้น ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน พยายามปกปิดข้อมูล ให้ปากคำเพียงอย่างเดียว ไม่รู้ไม่เห็นอะไรสักอย่าง   หากเป็นเช่นนี้การคลี่คลายคดีนำไปสู่การจับกุมคนร้ายนั้นทำได้ยาก อีกทั้งญาติคนอื่น ๆ ของผู้ตายก็ปิดปากเงียบกันหมด  โดยเฉพาะประเด็นยาเสพติด   ดังนั้นตนเองขอฝากไปถึง “บ่าววี”  ขอให้พูดคุย กับญาติพี่น้องว่าต้องให้ข้อมูลกับทางตำรวจ  เพราะบ่าววี ต้องการเรียกร้องให้จับกุมคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด ใช่หรือไม่  ดังนั้น บ่าววี มีข้อมูลอะไรก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลย ตำรวจแบ่งชุดสืบเป็น 3 ชุดในกาทำคดีนี้

 

ในขณะเดียวกันตำรวจได้รื้อแฟ้มคดียาเสพติด ลูก ๆ ของผู้ตายเป็นชาย ตกเป็นผู้ต้องหาศาลตัดสินจำคุกในคดียาเสพติด 2 คน ลูกชายของนายดรุณ  ผู้ตาย นั้นถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดไว้จำหน่ายและอาวุธสงครามปืนคาร์บินเมื่อปี 2559  ขณะนี้ถูกจำคุก จำนวน 2 คนในเรือนจำจังหวัดตรัง คือ นายธนดร  ฤทธิ์หมุน  ถูกจับปี 2559ยาเสพติดชนิดยาบ้า 200 เม็ด และปืน 9 ม.ม.   ส่วนนายอุมาร์  ฤทธิ์หมุน อายุ 28 ปี ถูกจับในปี 2559 เช่นกัน  มีอาวุธสงครามปืนคาร์บิน 1 กระบอก  อาวุธปืนพกสั้น บาร์เร็ตต้า 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนหลายชนิดหลายขนาดจำนวนมาก ยาเสพติดยาบ้า 17 เม็ด  ยังพบว่าถึงนายอุมาร์ จะติดคุกอยู่ในเรือนจำแต่ขบวนการค้ายาเสพติดนอกคุกยังทำงาน ยังมีญาติของผู้ตายได้รับเงินส่วนแบ่งจากยาเสพติดอยู่ทุก ๆ เดือน

ตำรวจมุ่งเป้าไปที่ การหักหลังเรื่องยาเสพติด หัวหน้าขบวนการยาเสพติด ส่งคนตามมาสังหารคนในครอบครัว ที่อาจจะปกติที่เก็บเงินของลูกผู้ตายทั้ง 2 คน ซึ่งขณะนี้ยังจำคุกอยู่ในเรือนจำ

อีกประเด็น เรื่องความขัดแย้ง  เมื่อ 21กุมภาพันธ์ 2559 ลูกชายของนายดรุณ ผู้ตาย  คือนายอดุลย์  ฤทธิ์หมุน อายุ 29 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่ม เสียชีวิตขณะชำแหละเนื้อวัว ที่บ้านพัก บ้านโคกทราย ต.โพรงจระเข้  อ.ปะเหลียน  โดยที่ลูกชายคนนี้ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าญาตินักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ตำรวจก็สืบสวนว่าเป็นประเด็นนี้หรือไม่

วันนี้ตำรวจ ติดตามกล้องวงจรปิดตามถนนที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางมาก่อเหตุและหลังก่อเหตุก็ได้หลบหนี  ส่วนการสืบสวนหาข่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ลงพื้นที่ทุกจุด  ตำรวจจะไปติดตามที่นักโทษ 2 คนซึ่งเป็นลูกของผู้ตาย ที่เรือนจำจังหวัดตรัง เพราะมีข้อมูลที่มีน้ำหนักเชื่อถือได้ว่า ขบวนการค้ายาเสพติดที่มีนายอุมาร์  ฤทธิ์หมุน เป็นหัวหน้านั้น ขบวนการนี้ ยังไม่หยุดในการค้าขายยาเสพติด ยังมีการเคลื่อนไหวนอกเรือนจำ เพราะมีคนในเครือข่ายที่ยังทำงาน ส่งเงินปันผลให้ญาติของผู้ตายอยู่ทุก ๆ เดือน

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

“บ่าววี” วอนตำรวจเร่งจับคนร้าย ประกบยิงน้าชายดับhttps://www.springnews.co.th/view/322376

รองผู้การฯ ตรัง ลงพื้นที่ติดตามคดียิงน้า “บ่าววี” ตั้งปมหลายประเด็นhttps://www.springnews.co.th/view/322670