Spring News

โควิดสิงคโปร์ เปิดทางไฟเขียว วัคซีนซิโนแวค ใช้ได้จากภาคเอกชน

04 มิ.ย. 2564 เวลา 9:51 น.

โควิดสิงคโปร์ มีการปรับเปลี่ยนแผนในการรับมือกับโควิด-19 ซึ่งตอนนี้ทางการสิงคโปร์ก็ถือว่า ยังรับมือได้ดี มีผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่หลัก 10 และล่าสุด ก็เตรียมให้ ภาคเอกชน ใช้ วัคซีนซิโนแวค ฉีดกับประชาชนได้ หลังจากที่สั่งวัคซีนตุนไว้ตั้งแต่ ก.พ.

เปลี่ยนเกมให้เอกชนใช้ซิโนแวคได้

การที่วัคซีนซิโนแวค ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ให้เป็นวัคซีนที่ใช้ฉุกเฉินเป็นวัคซีนตัวล่าสุด ส่งผลให้ เรื่องการรับมือวิกฤตโควิด-19 ในหลายๆประเทศ เดินหน้าปรับเปลี่ยนกลยุทธมากมาย ที่เห็นได้ชัดคือ สิงคโปร์ ภายใต้การทำงานของรัฐบาลลี เซียนลุง
    ทันทีที่ วัคซีนซิโนแวค ได้รับการการันตีจาก WHO ให้เป็นวัคซีนฉุกเฉินได้ สาธารณสุขสิงคโปร์เตรียมปล่อยวัคซีนซิโนแวคให้ภาคเอกชนทันที เพื่อนำไปใช้กระจายวัคซีนสู่ประชาชนให้กว้างขึ้นอีก  แต่อยู่ ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ และยังย้ำว่า วัคซีนไม่ได้อยู่ในแผนวัคซีนแห่งชาติ และจะไม่รับผิดชอบหากเกิดปัญหาในภายหลัง     
    การอนุญาตในลักษณะนี้ เป็นช่องทางพิเศษ ที่เปิดโอกาสให้สถานพยาบาลเอกชน สามารถนำวัคซีนที่อยู่ในบัญชีสำหรับใช้งานฉุกเฉินของ WHO อย่างวัคซีนซิโนแวค แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติในทางการสิงคโปร์ มาใช้งานได้ไปก่อน...
    ทั้งนี้ หากกล่าวแบบให้ความเป็นธรรมแล้ว ไม่ใช่ วัคซีนซิโนแวคแค่ตัวเดียว ที่ไปอยู่ในเงื่อนไขนี้  เพราะสิงคโปร์ ยังให้วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน , วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และ วัคซีนซิโนฟาร์ม ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ และต้องไปฉีดกับหน่วยงานเอกชน
    เพราะที่สิงคโปร์นั้น ถือว่า วัคซีน Pfizer และ วัคซีนโมเดอร์น่า แค่ 2 ตัวเท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการรัฐบาล ซึ่งวัคซีน 2 สองตัวนี้ ใช้เทคโนโลยี mRNA 

lazada

เตรียมซิโนแวคไว้นานแล้ว

ความจริงแล้ว ทางการสิงคโปร์เตรียมหาทางออก เรื่องวัคซีนไม่พอรับมือโควิดสิงคโปร์มานานมากแล้ว และแม้ก่อนหน้านี้

วัคซีนซิโนแวคจะยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก WHO แต่ทางการสิงคโปร์ก็สั่งมาล่วงหน้ามาสต็อกไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตั้ง 2 แสนโดส

และทางการสิงคโปร์ ก็เตรียมที่จะเอาออกมาใช้ โดยผ่านทางหน่วยงานเอกชน ซึ่งโดยจะลงรายละเอียดเรื่องราคา การขอความยินยอม และความปลอดภัยของผู้รับวัคซีนซิโนแวค ที่สมัครใจจะรับวัคซีนตามเงื่อนไขนี้อีกที

ภาคเอกชนขานรับประชาชนมีทางเลือกเพิ่ม

ขณะเดียวกัน มีการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่ วัคซีนซิโนแวค ได้รับการรับรองจาก WHO และสามารถให้เอกชนในสิงคโปร์ฉีดได้แล้วนั้น โดย ด็อกเตอร์ ซอว์ เอิน ห่าว ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลเอกชนในเครือ EH Medical ซึ่งเป็นหนึ่งใน 22 เครือคลินิกรพ. เอกชน ได้แสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วยที่ทางการไฟเขียวให้ใช้วัคซีนซิโนแวคได้ เพราะ ในสิงคโปร์ มีประชากรบางกลุ่มที่เป็นกังวลต่อผลเอฟเฟกต์จาก วัคซีนรัฐอย่าง Pfizer  และ วัคซีนโมเดอร์น่า ที่ผลิตด้วย เทคโนโลยี mRNA เช่นกัน
    และการมีวัคซีนทางเลือกมากขึ้น ย่อมถือเป็นผลดี ที่ประชาชนสิงคโปร์จะได้รับ...

นอกจากนี้ ด็อกเตอร์ ซอว์ เอิน ห่าว  ยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้มีคนไข้บางคน แสดงความต้องการอยากที่จะเดินทางไปประเทศจีน เพื่อฉีดวัคซีนซิโนแวคเลยทีเดียว เพราะพวกเขามีความมั่นใจในการผลิตวัคซีนแบบใช้เชื้อตายแบบซิโนแวค
   

นายกผู้สร้างความมั่นใจ

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงการณ์ว่า ประเทศน่าจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิดสิงคโปร์ ได้ภายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า และน่าจะสามารถผ่อนปรนมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิดสิงคโปร์ได้บางส่วน ตามกำหนดการหลังวันที่ 13 มิถุนายน นี้
    นอกจากนี้ ลี เซียนลุง ยังสร้างความเชื่อมั่นและแสดงแผนงานที่ชัดเจนกับการรับมือโควิด โดยเผย สิ่งที่สิงคโปร์ต้องทำ เพื่อรับมือโควิด-19 ในระยะต่อไป เพื่อให้พร้อมก้าวไปสู่จุดที่สามารถกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเชื่อมต่อกับประชาคมโลกได้อีกครั้ง โดยสามสิ่งสำคัญที่สิงคโปร์ต้องทำให้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้นคือ 1.  การตรวจหาเชื้อ 2. การติดตามแกะรอยเชื้อ 3. และการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งนั่นหมายถึงการประยุกต์เอาซิโนแวคมาให้เอกชนใช้ล่าสุดด้วย

ซิโนแวคอาจผลิตได้วันละ10ล้านโดส

ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าจากทางฝั่งบริษัทวัคซีนซิโนแวคในจีน มีการเปิดเผยว่า สามารถผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ได้วันละ 7 ล้านโดส และในอนาคตคาดผลิตได้ถึง 10 ล้านต่อวันเลยทีเดียว

และข้อดีของวัคซีนซิโนแวค คือไม่ต้องเก็บในที่ที่อุณหภูมิต่ำมาก กล่าวเก็บในอุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส หากวัคซีนสัมผัสกับอุณหภูมิเกินช่วงที่กำหนดนี้ ต้องตรวจสอบความถูกต้องของเวลาที่ได้รับวัคซีน เพื่อให้แน่ใจว่าเวลาที่ได้รับวัคซีนทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ที่อนุญาต นั่นเอง
    
    จากสถานการณ์โควิดสิงคโปร์จะได้เห็นได้ว่า ทางการมีการเตรียมแผนรับมืออย่างดี มีทั้งแผนสำรองอาทิ เตรียมวัคซีนซิโนแวคไว้ทั้งที่ยังไม่ได้ในรับอนุมัติจาก WHO แต่พอได้รับการอนุมัติก็มีการยืดหยุ่นแผนตามมา เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ อีกทั้งผู้นำ มีวิธีการสื่อสารในยามวิกฤตที่ชัดเจน และมีจุดมุ่งหมายที่เคลียร์ และทุกภาคส่วนต่างมุ่งไปในทางเดียวกัน
  

สิ่งที่สิงคโปร์ทำ สะท้อนออกมาจาก ตัวเลขผลงานการควบคุมการระบาดได้ดี โดยผู้ติดเชื้อรายวัยยังอยู่ที่หลัก 10 และการฉีดวัคซีนตอนนี้ ระดมฉีดไปแล้ว  3.7 ล้านโดส คิดเป็น 32.7 เปอร์เซนต์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด