เต้น-ณัฐวุฒิ พาแกนนำนปช.ปักหลัก ทษช.

นอกจากแกนนำพรรคเพื่อไทย อย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง ต้องทิ้งพรรคเพื่อไทยไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ตามยุทธวิธีแยกพรรครับมือเลือกตั้งระบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” ที่ออกแบบโดย กรธ.ของนายมีชัย ฤชุพันธ์แล้ว นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ก็ต้องนำพาแกนนำ นปช.หลายคน ทิ้งพรรคเพื่อไทยเข้า ทษช.ด้วยเช่นเดียวกัน

นายณัฐวุฒิ หรือเต้น เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โควตา นปช. ปัจจุบันรั้งตำแหน่งเลขาธิการ นปช. ขณะที่ประธาน คือนายจตุพร พรหมพันธ์ ไปช่วยขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อชาติ เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างต้องเว้นวรรคการเมือง 10 ปี

นายณัฐวุฒิ เกิดวันที่ 4 มิถุนายน 2518 ที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต และจบปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า เมื่อปี 2548

เป็นนักพูดและนักโต้วาที ระดับแชมป์รายการโต้คารมมัธยมศึกษา ทางช่อง 3 จากนั้นร่วมโต้วาทีในรายการทีวีวาที ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.เป็นบางครั้ง ต่อมาเป็นดาวเด่นประจำรายการสภาโจ๊ก และรัฐบานหุ่น ทางไอทีวี

เป็นหนึ่งในแกนนำ นปช. ระหว่างชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552 ร่วมกับนายจตุพร และ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ เปิดเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ และสถานที่อื่นที่เกี่ยวพันกัน รวมทั้งที่เวทีเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เมื่อต้นปี 2553 ที่พาดพิงไปถึงกองทัพ อันนำไปสู่วาทะเด็ด “เผาเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง”

นายณัฐวุฒิ เป็นหนึ่งในแกนนำ นปช.ที่โดนคดีการเมืองหลายคดีร่วมกับแกนนำคนอื่นๆ นอกจากคดีก่อการร้ายจากการชุมนุมปี 2553 แล้ว ยังโดนคดีชุมนุมปิดล้อมบ้านสี่เสาฯของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปี 2550 และคดีดักฟังโทรศัพท์ การสนทนาของ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับ นายวิรัช ชินวินิชกุล อดีตเลขานุการศาลฎีกา และนายไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฎีกา จากนั้น ได้มีการนำไปเผยแพร่บนเวทีปราศรัยของคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวง เหตุเกิดเมื่อปี 2551

หลังนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ประกาศชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกแบบมาเพื่อพวกเรา จึงมั่นใจจะชนะเลือกตั้ง นายณัฐวุฒิ ได้ออกโรงตอบโต้กลับว่า กติกานี้ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อพวกเรา จึงจำเป็นต้องออกแบบการต่อสู้ของเรา ให้สอดคล้องกับกติกา และเอาชนะการสืบทอดอำนาจเผด็จการ

ยังคมกริบ ไม่ลดราวาศอกเช่นเคย