ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 24 ก.พ.62 – 5 ปีได้รัฐบาลจากประชาชนเลือก

ในที่สุด รัฐบาลก็ย้ำชัดว่า วันเลือกตั้ง ส.ส.ยังเป็นวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ตามที่ กกต. เป็นผู้เสนอ

แม้จะเป็นตามกำหนดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในทางปฏิบัติ น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นไทยในวันซื้อขายปลายสัปดาห์วันนี้

เป็นข่าวดีสำหรับนักการเมืองและพรรคการเมืองทั้งหลาย ทั้งพรรคเก่าและใหม่ จะได้คึกคักคึกครื้นเพราะจะได้รับการ”ปลดล็อค”จากคสช.เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองที่เต็มรูปแบบได้เสียทีในอีกไม่นานนับจากนี้ โดยเฉพาะการหาเสียงเลือกตั้ง

และที่สำคัญ ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนคนไทยที่เฝ้ารอคอยจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเสียที แม้จะมีบางคนพยายามอ้างว่า การเลือกตั้งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเป็นประชาธิปไตยเท่านั้นก็ตาม แต่ความจริงที่ต้องยอมรับกันก็คือ การใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างอิสะเสรี เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของวิถีประชาธิปไตย

ผลพวงที่จะตามมาทันทีเมื่อมีไทม์ไลน์เลือกตั้ง ส.ส. คือความเชื่อมั่นของผู้คนและนักลงทุนว่าประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตย ความคึกคักทั้งการกล้าใช้จ่ายใช้สอยของประชาชน และการขยับของนักลงทุนจะเริ่มกระเตื้องขึ้น สภาพเศรษฐกิจฐานรากที่เงียบเหงาซบเซามานาน อาจได้เริ่มเห็นการหมุนเวียนของการใช้เงินมากขึ้น

ยิ่งเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส.ออกมา จะส่งผลไปถึงธุรกิจอีกหลากหลายกลุ่มที่จะเกี่ยวพันกับการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ว่าจะโรงพิมพ์และสกรีน-ปรินติ้ง ธุรกิจโรงแรมและที่พัก กิจการขนส่งและบริการ ธุรกิจรถยนต์รถจักรยานยนต์ ร้านค้าร้านอาหาร และอื่นๆ ที่จะพลอยได้รับอานิสงส์

ยังไม่นับรวมงานสำหรับคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี่และการสื่อสาร ซึ่งถูกคาดหมายว่า จะเข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงกว่าครั้งก่อนๆ ตามยุคสมัย และการแข่งขันทางสื่อออนไลน์จะเข้มข้นถึงขีดสุด

ขณะที่พรรคการเมือง ภายใต้กติกาเลือกตั้งแบบใหม่ และยุคสมัยรอยต่อของคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ที่แนวโน้มมีความเห็นต่างทางการเมืองแบบคนละด้าน จึงจะเต็มไปด้วยการชูนโยบายที่หลากหลายเพื่อหวังมัดใจผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งในรูปนโยบายประชารัฐ /รัฐสวัสดิการ /ประชานิยม และ”ยุคสมัยนิยม”เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดและต้องการนักการเมืองที่แตกต่างไปจากอดีต

แต่ทั้งนี้ ภายใต้กติกาใหม่ พรรคที่ชูนโยบายในลักษณะเช่นนี้ ต้องระบุรายละเอียดและที่มาของเงินที่จะใช้ในโครงการด้วย ดัดหลังนักการเมืองที่มักใช้เงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในโครงการที่เอื้อประโยชน์ต่อการแวงหาผลประโยขน์ของพรรคพวกและบริวาร

สถานการณ์การแข่งขันในช่วงนั้น ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่า จะเป็นอย่างไร ได้แค่คาดหมายว่า ผลประโยชน์หลักจะตกกับประชาชน เป็นสำคัญ

เลือกตั้ง ส.ส.เสร็จ 24 กุมภาพันธ์ 2562 กกต.มีเวลา 2 เดือนสำหรับประกาศรับรองส.ส.ที่ชนะเลือกตั้ง ตามกำหนดคือ 24 เมษายน 62 หลังจากนั้นภายใน 3 วัน คสช.ต้องเคาะรายชื่อส.ว. 250 คนให้แล้วเสร็จ และนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ

เดือนพฤษภาคม 2562 เปิดประชุมรัฐสภา เลือกประธานสภาผู้แทนฯและประธานวุฒิสภา จากนั่นถึงช่วงเวลาระทึกขวัญ การเลือกนายกรัฐมนตรี โดย ส.ว. 250 คนมีสิทธิ์ในการโหวตเลือกร่วมกับ ส.ส.ด้วย

หากทุกอย่างราบรื่น จะได้นายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศในเดือนเดียวกันนี้ ครบ 5 ปีพอดืบพอดีของการรัฐประหาร

หากราบรื่นไม่เป็นปัญหา กระนั้น กว่าจะผ่านขั้นตอนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จนสามารถเข้าทำหน้าที่ ครม.ได้จริงในทางปฏิบัติ ก็ต้องรอถึงเดือนมิถุนายน 2562

แต่หากการเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งจากก๊อกแรกก๊อกสองมีปัญหา ก็ต้องทำใจไว้ล่วงหน้าว่า “ยุ่ง”แน่ๆ แต่จะยุ่งพอประมาณ หรือถึงขั้น “ยุ่งมากๆ” ต้องไปลุ้นกันในช่วงเวลานั้นอีกที