กองปราบ เจอหลักฐานเด็ด มัดคำให้การพยานหวย 30 ล้าน

08 ก.พ. 2561 เวลา 5:26 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

กองปราบได้หลักฐานเด็ด ยืนยันความน่าเชื่อถือพยานของ "ครูปรีชา" พร้อมเตรียมเดินหน้าสอบปากคำพยานใหม่อีกครั้งหลัง ตร.ภูธรภาค 7 โอนสำนวนมา

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวถึงความคืบหน้าที่รองผู้บังคับการปราบปราม และชุดสืบสวนสอบสวน ลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐาน ในคดีสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 ล้านบาท ว่าล่าสุด มีความคืบหน้าทางคดีไปมากในระดับหนึ่งแต่ยังไม่สามารถบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ เนื่องจากเป็นการกดดันคณะทำงานในคดี

ซึ่งสามารถเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจสอบได้เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของพยานหลักฐานได้ โดยทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ที่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือ และคำให้การของพยานบุคคล 2 ฝั่งนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ครูชำนาญการ โรงเรียนเทพมงคลรังษี ส่วนจะเป็นข้อมูลที่ทำให้ ครูปรีชา ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ขณะที่การเรียกพยานบุคคล ที่เคยเข้าให้ปากคำกับ ชุดสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 40 กว่าปาก นั้น ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ยังไม่สามารถเรียกพยานบุคคล กลุ่มนี้มาสอบปากคำได้ เนื่องจากหนังสือลงนามคำสั่งการโอนย้ายคดี จาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ยังไม่มาถึงที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หากมีหนังสือมาอย่างเป็นทางการ พล.ต.ต.ไมตรี จะเดินทางไปรับสำนวน จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ด้วยตัวเอง ก่อนจะนำข้อมูลในสำนวนการสอบสวนมาดำเนินการตรวจสอบคำให้การของพยานทั้ง 40 ปากต่อไป

พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ยังชี้แจงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ให้ครูปรีชาและ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ถูกนำไปสอบสวนอย่างละเอียดและถูกจับตัวไว้นั้น ว่าไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เนื่องจากรูปแบบการทำงานของตำรวจกองปราบปรามไม่มีรูปแบบในลักษณะดังกล่าว เพราะทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานสามารถเปิดเผยและตรวจสอบย้อนหลังได้

ส่วนกรณีที่นายษิทธา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ โพสต์ข้อความในเทพบาร์เมื่อตำรวจกองปราบปรามเข้ามารับผิดชอบคดีต่อจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ขอให้สอบสวนครูปรีชาเป็นคนแรกและขอให้สอบในประเด็นต่างๆรวม 9 ประเด็น อีกทั้งยังท้าทายให้ครูปรีชาเลือกคำตอบที่เคยออกทีวีช่องใดก็ได้มาให้การ1 ช่องที่ ครูปรีชา ชอบมากที่สุดมาให้ปากคำกับตำรวจ เพราะเขาจะนำคำให้สัมภาษณ์ของครูปรีชา แต่ละครั้งมาเปรียบเทียบกับคำให้การเดิมซึ่งถือว่าเป็นคำให้การที่ไม่น่าเชื่อถือและพนักงานสอบสวนไม่ควรรับฟังข้อมูลดังกล่าว ไม่น่าจะส่งฟ้องได้รวมถึงจะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ ร.ต.ท. จรูญก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

พันตำรวจเอกชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในชุดพนักงานสอบสวน กล่าวว่า ในประเด็นที่ทนายความของเป็นประเด็นคำถามที่พนักงานสอบสวนของกองปราบปรามต้องดำเนินการอยู่แล้ว และยังมีประเด็นคำถามอีกจำนวนมากที่ต้องสอบสวนครูปรีชา และพยานบุคคลรายอื่นๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องสอบสวนคำให้การของทุกคนอย่างละเอียดอยู่แล้ว และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด