เน็ตไอดอลสาว ร้องกองปราบถูกหลอกถ่ายภาพโป๊ผ่าน Video Call ก่อนแบล็คเมล์เรียกเงิน

15 ก.พ. 2561 เวลา 9:04 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาเน็ตไอดอลสาวอายุ 18 ปี และบิดา นำหลักฐานการถูกข่มขู่แบล็คเมล์ให้โอนเงินให้กับบุคคลหนึ่ง จากกรณีถูกล่อลวงให้ เน็ตไอดอลสาววเปลือยกายทาง Video Call และถ่ายภาพนิ่ง ก่อนจะทำการแคปภาพ หากไม่ดำเนินการตาม ภาพดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ อีกทั้งยังข่มขู่ในรูปแบบต่างๆจนหญิงสาวเกิดความหวาดกลัว

ภายหลังจากหญิงสาวรายดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปักธงชัยจังหวัดนครราชสีมาแล้ว พนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาล จังหวัดนครราชสีมาออกหมายจับชายรายดังกล่าว คือ นายเด่นภูมิ รัตนโชติภิญโญ ในข้อหานำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะลามกอนาจาร และข้อหาขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยทำให้หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยหมายจับออกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งทางตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปยังที่พักของคนร้ายที่อยู่ในย่านเมืองทองธานี แต่ไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

โดยงตำรวจให้ข้อมูลกับทนายความว่าได้เฝ้าอยู่เป็นเวลา 2 วันแล้วแต่ไม่พบตัวจึงเดินทางกลับ ซึ่งเห็นว่าอาจช้าเกินไปจนทำให้คนร้ายหลบหนีไปในพื้นที่อื่น จึงเข้ายื่นหนังสือต่อกองบังคับการปราบปรามให้ช่วยติดตามสืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดี ทั้งนี้ภายหลังจากมีการเผยแพร่เรื่องดังกล่าวจนเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ยังพบว่ายังมีผู้เสียหายรายอื่นแจ้งเข้ามาเพิ่มเติมอีก 1 คน ซึ่งผู้เสียหายอีกรายหนึ่งนั้นก็เป็นหญิงสาวที่ขายของในโลกออนไลน์ ก็โดนคนร้ายก่อเหตุในพฤติการณ์เดียวกัน

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ด้านเน็ตไอดอลสาวเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับเธอเป็นอย่างมาก จนทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ เพราะหวาดกลัวว่าคนร้ายอาจย้อนกลับมาทำร้ายในภายหลังได้เนื่องจากเป็นข่าวดัง นอกจากนี้ยังยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตัวเองว่าไม่ได้ร่วมมือกลับคนร้ายเพื่อถ่ายคลิปดังกล่าวในเชิงพาณิชย์ แต่คนร้ายได้ใช้คำพูดหวานล้อมจนหลงเชื่อว่าคนร้ายเป็นแพทย์สาวประเภทสอง และเป็นผู้ติดต่อกับผู้จัดการดาราชื่อดัง ซึ่งการพูดคุยสนทนาการใช้เวลาพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมง โดยคนร้ายอ้างว่าจะนำภาพดังกล่าวไปใช้เพื่อเตือนภัยกับผู้เสียหายรายอื่นๆ ในโลกออนไลน์และทางรายการโทรทัศน์ จึงหลงเชื่อถ่ายภาพไปให้ประมาณ 4-5 ภาพ จากนั้นจึงโดนคนร้ายเข้ามาขู่บังคับให้โอนเงินประมาณ 30,000 บาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ปล่อยภาพดังกล่าว แม้ขณะนี้คนร้ายจะยังไม่ปล่อยภาพดังกล่าวมาในโลกออนไลน์ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด