กลุ่มแม่บ้าน แห่แจ้งความ...หลังโดนเบี้ยวค่าแรงแยกสีหนังยาง [คลิป]

27 ก.ย. 2561 เวลา 5:33 น.

กลุ่มแม่บ้าน กว่า 30 คน เข้าพบตำรวจ ปอท. แจ้งความเอาผิดกับเพจทำงานรายได้เสริม หลังหลอกเหยื่อแยกหนังยางก่อนเบี้ยวเงินมัดจับและค่าแรง ความเสียหายรวมกว่า 7 ล้านบาท

น.ส.ข้าวหอม (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาว จว.นนทบุรี พร้อมผู้เสียหายจำนวนกว่า 30 คน นำหลักฐาน การโอนเงินและหน้าเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ ต้นเงิน Packgage ที่เปิดรับสมัครทำงานเสริม ด้วยการ แยกสีหนังยางรัดผม ขนาดเล็ก และ ใหญ่ งานกิ๊ฟช๊อป มาแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หลังถูกเจ้าของเพจเบี้ยวจ่ายค่าแรง และคืนเงินมัดจำ

โดย น.ส.ข้าวหอม เล่าว่า ระหว่างเดือน ส.ค.ถึงกลางเดือน ก.ย.พวกตนได้เห็นประกาศรับสมัครทำงานเสริมจากร้าน “ต้นเงิน Packgage”ที่อยู่ เลขที่ 801/2 ม.9 ถ.มิตรภาพ ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ผ่านทางเพจเฟซบุ๊คชื่อ ต้นเงิน Packgage โดยมีโปรโมชั่นให้เลือกทำหลายอย่างแต่ละคนอยู่บ้านเลี้ยงลูก ต้องการหารายได้เสริม เห็นจากที่เขาโพสต์หลักฐานการโอนเงิน การส่งของ มีลูกค้าเข้าไปพูดคุยกันอย่างน่าเชื่อถือ จึงสมัครไปรับงานมาทำกันที่บ้าน

ซึ่งคนที่สมัคร จะต้องโอนเงินไปเป็นค่ามัดจำอุปกรณ์สินค้าก่อนจำนวน 400 บาท แล้วทางร้านจะส่งงานเช่น หนังยางรัดผมคละสีมาให้ 1 ถุงใหญ่ ให้เราแยกแต่ละสีออกบรรจุถุงละสีแล้วส่งกลับคืนร้าน จะได้ราคาชุดละ 1,000 บาท นอกจากนี้ทางร้านยังมีโปรโมชั่นเสริม รายไหนทำยอดครบ 50 ชุด จะได้ทองคำ นน.0.6 กรัมเป็นโบนัสด้วย

และในส่วนของเธอ ได้สมัครแยกที่รัดผมวงใหญ่ ไป 2 ชุดใหญ่จะได้แถมมาฟรี 1 ถุง ราคามัดจำสินค้า 400 บาท ร้านต้นเงินจะส่งสินค้ามาทางไปรษณีย์ เราก็ทำการแยกออกบรรจุใส่ถุงเล็ก ถุงละ 2 อัน ก่อนจะส่งกลับคืนร้าน ตนก็จะได้ค่าทำงาน 600 บาท แต่เมื่อส่งกลับคืนไปก็ไม่มีการโอนเงินค่าทำงานรวมทั้งค่ามัดจำสินค้าก็ไม่ได้คืน พยายามติดต่อทวงถามทั้งทางไลน์ ทางแมสเซนเจอร์ ทางโทร.มือถือก็ติดต่อไม่ได้

นอกจากลูกค้าที่สมัครผ่านเพจ และไลน์แล้ว ยังมีอีกหลายคนไปรับงานจากหน้าร้านที่ จังหวัดหนองคาย มาทำก็มีจำนวนมาก เท่าที่ติดต่อผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกงมีจำนวนประมาณ 700 คน มูลค่าความเสียหายไม่เท่ากัน ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายแสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 7 ล้านบาท

ล่าสุดได้รับแจ้งจากลูกค้าที่สมัครไปรับงานจากหน้าร้านที่ จ.หนองคาย ได้ปิดร้านหลบหนีไปแล้ว ผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกงจึงรวมตัวกันมาแจ้งความ ปอท.ช่วยดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้

ขณะที่ พ.ต.ท.วัชรพันธ์ ศิริพากษ์ รองผู้กำกับการ 2 ได้ชี้แจงผู้เสียหายก่อนให้พนักงานสอบสวนแยกออกเป็น 2 กลุ่ม เนื่องจากพฤติกรรมต่างกัน บางรายเป็นการจากทำของแต่ผิดสัญญา จะต้องไปฟ้องร้องทางแพ่งต่อศาล ส่วนรายที่เข้าข่ายฉ้อโกงจะรับไว้ตรวจสอบดำเนินการต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ในฐานะรองโฆษก ปอท. กล่าวเตือนพี่น้องประชาชนว่า ปัจจุบันมีกระบวนการหลอกลวงชาวบ้านผ่านทางสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเพจหรือเฟซบุ๊กส่วนตัว ไอจี ไลน์ มีการหลอกลวงมาระยะหนึ่งแล้ว พฤติการณ์คนร้ายจะหลอกลวงด้วยการขายวัตถุดิบ ประกาศรับสมัครให้คนรับเอาสินค้าหรือวัตถุดิบไปทำที่บ้าน เพื่อหารายได้เสริม

สินค้ามีหลายรูปแบบ เช่น ผู้เสียหายกลุ่มนี้ โดนหลอกให้รับเอาหนังยางรัดผมมาแยกสี แยกใส่บรรจุถุงย่อย หรือบางรายหลอกทำงานฝีมืองานประดิษฐ์ งานกิ๊ฟช๊อป เป็นต้น

โดยผู้เสีหายจะต้องโอนเงินมัดจำสินค้าหรือของที่จะเอามาทำ เมื่อทำเสร็จส่งคืนเจ้าของก็จะได้เงินค่าแรงค่าฝีมือ ส่วนเงินมัดจำจะยังไม่ได้คืน ผู้เสียหายจะตายใจเพราะได้เงินค่าแรงจริงก็จะเพิ่มยอดเพิ่มวอลลูมไปเรื่อยๆ บางคนก็ตั้งตัวเป็นแม่ข่ายรับสมัครคนมาทำ หรือเชิญชวนญาติพี่น้องมาลงทุนเพิ่ม พอยอดเงินสูงๆ เจ้าของสินค้าก็จะหยุดรับซื้อคืน กลายเป็นคนร้าย ปิดทุกช่องทางที่เคยติดต่อสื่อสารได้หลบหนีไปพร้อมเงินมัดจำและค่าแรง

สำหรับความผิดในคดีลักษณะการรับสมัครรับงานมาทำที่บ้านนั้น รองโฆษก ปอท.กล่าวว่า เบื้องต้นอาจจะเข้าในเรื่องความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) และเรื่องของการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งจะต้องดูเป็นรายๆ ไป บางรายอาจจะเป็นความผิดตามกฎหมายแพ่ง ก็จะต้องไปฟ้องร้องเอง

พร้อมกันนี้ ยังฝากเตือน ประชาชนที่สนใจอยากสมัครรับงานมาทำที่บ้านโดยเฉพาะแม่บ้านที่มีเวลาว่างเลี้ยงลูกอยู่บ้าน อยากหารายได้เสริมของครอบครัว รวมทั้งผู้ใหญ่ผู้สูงอายุที่มักหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพเหล่านี้ว่าขอให้ตรวจสอบทั้งชื่อคนรับสมัคร เจ้าของกิจการ โรงงาน บริษัทห้างร้านเล่านั้น รวมทั้งเลขบัญชี โดยเข้าไปค้นหาตรยจสอบจากกลูเกิ้ลก่อนเบื้องต้น ถ้าพิมพ์เข้าไปดูแล้วเห็นข้อมูลแปลกๆ หรือไม่ชอบมาพากลก็อย่าหลงสมัครรับงานมาทำจะดีกว่าถูกหลอกลวงได้