อาชญากรรม

ผบช.ภาค 4 คาดสั่งฟ้อง “ผู้การสุทิพย์” โกงเงินตำรวจเลยเดือนนี้

พล.ต.ต.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยความคืบหน้าคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่สอบปากคำพยานครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากคดีนี้ แม้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 แต่มูลความผิดและเส้นทางทางการเงินกระจายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

 โดยเส้นทางการเงิน เริ่มจากเดือนมกราคม 2560 ที่ตำรวจ จ.เลย ส่งมอบเงินให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เลย จากนั้นมีการกระจายเงินไปในหลายจังหวัด การแกะรอยเพื่อนำเงินมาคืนให้ตำรวจผู้เสียหายทั้งหมดต้องทำอย่างรัดกุมและรอบคอบ โดยจะเร่งสรุปสำนวนคดีสั่งฟ้องได้ภายในเดือนนี้ ที่ศาลอาญากลาง กรุงเทพฯ

 ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวกับผู้ต้องหาในคดีนี้รวมกว่า 40 ราย และสอบปากคำพยานไปแล้ว 400 ปาก ขณะที่การยึดคืนทรัพย์สินนั้นยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สำหรับเงินสดที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทยอยนำมาคืนกับพนักงานสอบสวนรวมกว่า 40 ล้านบาท แต่ทั้งหมดยังคงเป็นของกลางในคดี ที่พนักงานสอบสวนต้องนำเสนอต่อศาล เพราะการจะคืนเงินให้ตำรวจได้นั้น ต้องรอการพิจารณาจากศาลก่อน

 ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูผาม่าน ในฐานะชุดทำงานเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดีอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เลย ฉ้อโกงตำรวจ ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย เพื่อตรวจหาหลักฐานและอายัดบ้านพัก รวมทั้งทรัพย์สินต่างๆไว้ตรวจสอบ

 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังนำกำลังไปติดป้ายอายัดห้องพักจำนวน 2 ห้อง ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง และบ้านพักอีก 1 หลัง ย่านถนนเจริญเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของบ้านรายหนึ่งที่ถูกอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ บอกว่า ถูกหลอกให้ลงทุนในเครือข่ายแชร์ลูกโซ่กลุ่มนี้ สูญเงินไปกว่า 154 ล้านบาท จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งจับตัวการใหญ่ของเครือข่ายนี้มาดำเนินคคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

 สำหรับการตรวจค้น ยึดทรัพย์ และอายัดทรัพย์สินในครั้งนี้ มีทั้งหมด 5 เป้าหมาย แยกเป็น ที่จังหวัดเชียงใหม่ 3 เป้าหมาย พะเยา 1 เป้าหมาย และลำปางอีก 1 เป้าหมาย รวมทรัพย์สินที่ยึดได้ 46 ล้านบาท

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน