“น้องของขวัญตัวปลอม” ร่ำไห้ขอโทษ ”นัทโอนไว” แจงปลอมรูปหาเงินเลี้ยงลูก [คลิป]

ที่กองกํากับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตํารวจนครบาล แถลงการ กุมตัวนางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ หรือผึ้ง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ข้อหาฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคาร 6 การเคหะร่มเกล้า ซอยการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้รับความเสียหาย จากการถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงิน และได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก ได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัย และติดตามหาคนร้ายรายนี้ โดยได้มีการขอความช่วยเหลือไปยังสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งขอความช่วยเหลือไปยังผู้สื่อข่าวหลายสำนักนั้น ทาง ผบก.สส.บช.น. ได้ทราบเหตุดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหารายนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้ก่อเหตุ และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหาย ต่อมากก.วิเคราะห์ข่าวฯจึงได้สืบสวน ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ จากนั้นจึงได้นำส่ง พงส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับคนร้ายรายนี้ ได้สมัครแอพพลิเคชันจูโม่ (JAUMO) ซึ่งเป็นแอพที่สร้างโปร์ไฟล์ เพื่อทำการหาคู่ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายเห็นรูปโปร์ไฟล์ ที่ทางคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นมาตั้งเป็นรูปของตนเองหลงเชื่อ จากนั้นได้มีการติดต่อเพื่อสนทนากันผ่านแอพพลิเคชันไลน์ ต่อมาทางคนร้ายได้หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา จนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปหลายครั้ง เป็นเงินรวม 89,330 บาท จากนั้นคนร้ายได้ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับทางผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหาย รู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ ต่อมา มีผู้เสียหายอีกรายที่ถูกคนร้ายนำรูปของตนเองมาใช้ทำให้ชื่อเสียงได้รับความเสียหาย ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก การกระทำดังกล่าวของคนร้ายทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่ได้แจ้งความแล้ว และ ยังไม่แจ้งความ ทาง บก.สส.บช.น. จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลของคนร้าย และสืบสวนติดตามจับกุมจนสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้

โปรไฟล์ปานนางฟ้า “หนุ่ม” แชทหาคู่โดนลวงโอนเงินหมดกว่าแสน

จบเรื่อง! รวบตัว “ของขวัญ” แชทหลอกเงิน “นัท โอนไว” สูญร่วมแสน

 

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่าทำลักษณะนี้มา 6-7 ครั้ง เวลา 3 ปี โดยจะสมัครแอพพลิเคชั่นหาเพื่อน เพื่อทำความรู้จัก เมื่อทำความรู้จักและสนิทก็จะแลกไอดีไลน์ จากนั้นมีการส่งรูปและพูดคุยเพื่อยืมเงิน อ้างของเงินเติมน้ำมันรถ ซื้อน้ำหอม เดือดร้อนทางการเงิน โดยใช้ภาพของบุคคลอื่นที่ได้ตามโซเชียลมาใช้หลอกลวงผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อโอนเงินมาให้ จากนั้นก็จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และไม่สามารถติดต่อได้ มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

นางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ ผู้ต้องหา รับทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่ก่อเหตุ เพราะไม่มีเงิน และต้องเลี้ยงลูก 2 คน ก่อนหน้านี้เคยเล่นมาแล้วหลายแอพ แต่ไม่สำเร็จ จนมาเจอแอพนี้ และก่อเหตุมา 6-7 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคนที่เสียเงินมากที่สุดคือ 1 แสนบาท แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งความ และอยากขอโทษผู้เสียหายทั้ง 2 รายทำให้เดือดร้อน ส่วนภาพที่เลือกนั้นเพราะเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับผู้เสียหาย

ด้านพล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า ในโลกสังคมปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ง่าย และมีความสะดวก รวดเร็ว เป็นอย่างมาก จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ขนาดคำกล่าวที่ว่า “ รู้หน้า ไม่รู้ใจ ” ยังว่าดูยากแล้ว แต่สำหรับเคสนี้ “ รู้หน้า ก็ยังไม่รู้ ว่าเป็นใคร ” นั้นดูยากยิ่งกว่า เพราะพี่น้องประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมา เพื่อประสงค์ต่อชีวิต และทรัพย์สินของท่าน เหมือนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ในส่วนของผู้ที่ได้รับความเสียหาย หากผู้เสียหายรายใดยังไม่แจ้งความร้องทุกข์ ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อจะได้อายัดตัวผู้ต้องหานี้ตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากมีเบาะแส หรือ มีข้อสงสัยว่าจะถูกหลอกลวง สามารถให้ เบาะแส หรือ ขอคำปรึกษาได้ที่ เฟซบุ๊ก “ วิเคราะห์ข่าว นครบาล ” ซึ่งเป็น เฟซบุ๊กของกองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแถลงข่าวครั้งนี้มีนายสรฉัตร ผลวัฒนา หรือ เจ้าของฉายา “นัท โอนไว” และน.ส.อริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี หญิงสาวผู้เสียหายอีกรายที่อยู่ในรูปโปรไฟล์ของน้องขวัญ ที่ถูกนำภาพตัวเองไปใช้หลอกลวงผู้เสียหายรายอื่น เข้ามาร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย โดยนางนันท์นนิล ผู้ต้องหาได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายทั้งสองราย พร้อมทั้งร้องไห้ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาตัวเข้าไปสอบปากคำต่อ

นายสรฉัตร เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ตำรวจจับคนร้ายได้ ส่วนตัวได้ไปไหว้พระ 9 วัดที่ภาคอีสาน เพราะไม่อยากให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะนี้กับใครอีก และหลังจากที่เกิดเหตุก็มีผู้หญิงทักมาให้โอนเงินให้ เช่น เติมเงินโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้โอนให้ใคร ซึ่งจะโอนให้เฉพาะคนที่สนิทเพียงเท่านั้น หลังจากที่คนร้ายยกมือไหว้ขอโทษ ก็ยกโทษและอภัยให้ ซึ่งไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนเงินที่โอนไปให้ ก็ทำใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้คืน

ขณะที่น.ส.อริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี อาชีพแม่ค้าขายของออนไลน์ และเป็นผู้ที่ถูกคนร้ายใช้รูปไปหลอกลวงผู้อื่น เปิดเผยว่า อยากให้คนร้ายกลับตัวกลับใจ ตนก็ไม่อยากเดือดร้อน ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งเมื่อคนร้ายขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะขายของออนไลน์ต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.กองวิเคราะห์ข่าว เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นการจับตามหมายของ สน.พระราชวัง ซึ่งก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยคนร้ายรับว่า เอาเงินไปใช้ส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้เคยใช้บัญชีธนาคารของตนเองแต่กลัวตำรวจจับได้ จึงเปลี่ยนเลขบัญชีเป็นของมารดา ซึ่งตำรวจต้องเอาไปตรวจสอบ ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และต้องประสานธนาคารเพื่อตรวจสอบบัญชี หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวส่งสน.พระราชวัง และหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมก็จะอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป