สู้กับอัลกอริธึมให้เพจปัง และแนวทางการสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม

สู้กับอัลกอริธึมให้เพจปัง และแนวทางการสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม

อัลกอริธึมที่เปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน เจ้าของเพจและเจ้าของช่องต่างๆ และการนำ AI มาช่วยในการประเมินข้อมูลหลังบ้านยิ่งทำให้การวางแผนคอนเทนต์จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีมากขึ้น

SHORT CUT

  • คนทำเพจยุคใหม่ต้องตามให้ทันอัลกอริธึม
  • ถึงคอนเทนต์จะดีถ้าไม่มีผู้ใช้งานมีส่วนร่วมยอดก็ตก
  • ยอดตกไม่มีคนดู ใช้แฮชแท็ก #เปิดการมองเห็น ไม่ช่วยอะไร

อัลกอริธึมที่เปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน เจ้าของเพจและเจ้าของช่องต่างๆ และการนำ AI มาช่วยในการประเมินข้อมูลหลังบ้านยิ่งทำให้การวางแผนคอนเทนต์จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีมากขึ้น

คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท The Zero Publishing ได้ขึ้นพูดในเซสชัน ‘Thailand’s Creator Landscape & Social Media Algorithm’ จากงาน ‘iCreator Camp 2024 Presented by SONY: ก้าวแรกสู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์มืออาชีพ’ ว่า จำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น

  • Facebook : 58 ล้านคน
  •  LINE : 54.3 ล้านคน
  •  TikTok : 44.3 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 4 ล้านคน หรือ +10% จากปี 2023)
  •  YouTube : 44.2 ล้านคน
  •  Instagram : 18.7 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 0.5 ล้านคน หรือ +2% จากปี 2023)
  •  Twitter : 14.6 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 0.5 ล้านคน หรือ +4% จากปี 2023)

ภาพรวมการใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลก

จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์มีช่องทางและแพลตฟอร์มในการทำคอนเทนต์ใหม่ๆ มากขึ้นทุกวัน รูปแบบการทำคอนเทนต์ก็จะแตกต่างกัน แต่การทำคอนเทนต์ให้ถูกใจอัลกอริธึม ถูกใจ AI เพื่อให้คอนเทนต์ที่เราสร้างขึ้นมานั้น มีโอกาสที่ผู้ชมจะได้เห็นเป็นวงกว้างขึ้น จำเป็นต้องทำบนหลักการทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ผสมผสานไปกับความคิดสร้างสรรค์ เพราะต่อให้เราทำคอนเทนต์ดีแค่ไหน แต่ถ้าระบบเทคโนโลยีของแพลตฟอร์มมองไม่เห็นก็เท่ากับสูญเปล่า

"ปัญหาที่ทำให้คอนเทนต์ของเรา AI มองไม่เห็นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากประวัติการทำคอนเทนต์เก่าไม่มีคุณภาพที่ดีพอ ซึ่งคุณภาพที่หมายถึงนี้ไม่ใช่เนื้อหา แต่หมายถึงไม่ถูกตามกฎของอัลกอริธึม ไม่เคยมีการกดไลก์ กดแชร์ กดคอมเมนต์และเป็นคอนเทนต์แบบ JPEG มาตลอด ก็ทำให้คะแนนอัลกอริธึมไม่ผ่านได้"

รู้ทันปัจจัยที่มีผลต่ออัลกอริธึมของโซเชียลมีเดีย

ไม่ใช่แค่เนื้อหาและเรื่องราวที่มีคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน แต่สิ่งที่มีผลอย่างมากกับอัลกอริธึมของลูกค้า ประกอบด้วย 

  1. News Feed Visibility
  2.  Interest in the Page
  3.  Post Performance
  4.  Past Page Performance
  5.  Type of Content
  6.  Recency

นั่นหมายความว่า เราอยู่ในยุคที่ต้องทำคอนเทนต์ให้ถูกใจอัลกอริธึม บางคอนเทนต์ถูกใจคน แต่ไม่ถูกใจ AI ก็เลยทำให้คนไม่เห็นคอนเทนต์เราก็เลยต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์

ระบบอัลกอริธึมอ่านคอนเทนต์ด้วยหลักการวิทยาศาสตร์

สังเกตได้จากอัลกอริธึมของแต่ละโซเชียลมีเดียที่ต่างกัน ดังนี้

  • Facebook / Instagram : จะทำงานด้วยหลักการที่เชื่อว่า การที่มนุษย์ช่วยกันแชร์จะทำให้เนื้อหานั้นมีโอกาสโตเร็วขึ้น จึงทำให้ 85% ของคอนเทนต์มาจากการมีส่วนร่วมของผู้คน อีก 15% มาจากการแนะนำของ AI
  • Youtube : 50% ของคอนเทนต์ที่ Feed ขึ้นมา คือ AI เป็นผู้แนะนำจากประสบการณ์ค้นหา การเข้ารับชมและเฉลี่ยการมองเห็นตามลำดับการเข้าไปดูแต่ละช่อง
  • TikTok : 85% มาจาก AI อีก 15% มาจากเพื่อนหรือแวดวงของคนที่เราติดตาม

การใช้ AI เป็นหนึ่งแกนในการคัดกรองข้อมูลนั้นไม่ได้มีแต่เรื่องดีเสมอไป จะเห็นได้จากปัญหาที่ Youtube เคยเจอและส่งผลกระทบหนักถึงขั้นมีเด็กฆ่าตัวตาย จึงมีการออกกฎให้ Youtuber ต้องระบุข้อกำหนดให้ชัดทุกครั้งก่อนโพสต์ว่าเป็นคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับเยาวชนหรือไม่

ดังนั้น คนทำคอนเทนต์ไม่ว่าออกในแพลตฟอร์มไหนก็ต้องรอบคอบและใส่ใจในอัลกอริธึมให้มากขึ้นด้วย

สู้กับอัลกอริธึมให้เพจปัง และแนวทางการสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม

ทำคอนเทนต์แบบไหนไม่โดนกดยอด

ไม่ว่าจะเป็นเพจ สำนักข่าว แบรนด์ ย่อมต้องเคยเจอปัญหาโดนลดยอดการมองเห็น ยอดการเข้าถึง ทำให้คนที่มีจำนวนผู้ติดตามเยอะๆ แต่ยอดไลก์ ยอดแชร์และการแสดงความคิดเห็นมีสัดส่วนการมองเห็นที่น้อยกว่าควรจะเป็น 

ดังนั้น เจ้าของข้อมูลจึงต้องรู้จักการวางโครงสร้างคอนเทนต์ให้เป็นระบบก่อนว่าจะเดินไปในแนวทางไหนและสร้างคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ ด้วยหลักการดังนี้

เข้าใจหลักการทำคอนเทนต์ให้ดีกว่าเดิม

  • สามเหลี่ยมกลับหัว : คือรูปแบบการทำคอนเทนต์แบบทั่วไป กลุ่มเป้าหมายคือคนทุกกลุ่ม และคอนเทนต์เชิงลึกจะน้อย เช่น สำนักข่าว เพจข่าวยุคใหม่ เป็นต้น
  •  สี่เหลี่ยม : คือคอนเทนต์เฉพาะกลุ่ม (Nitch Market) จะโฟกัสแบบเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และคอนเทนต์เจาะจงในจำนวนที่เท่าๆ กัน เช่น เพจแฟนคลับของศิลปินวง เพจข่าวบันเทิง เพจข่าวการตลาด ซึ่งเจาะหมวดหมู่ด้านเดียว
  • สามเหลี่ยมหงาย : เป็นการทำคอนเทนต์แบบเจาะจงลงลึกไปที่ความชอบแบบเดียวกัน อาจจะมีผู้ติดตามไม่เยอะ แต่เหนียวแน่นมาก เช่น เพจของลิซ่า แบล็กพิงก์ เพจคนรักแคคตัส เพจขายของแมว เป็นต้น

หลังจากที่มีการวางโครงสร้างคอนเทนต์ชัดเจนแล้ว อัลกอริธึมจะเก็บข้อมูลว่าเพจนั้นทำคอนเทนต์แล้วมีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน การมีส่วนร่วมเป็นอย่างไรด้วยการทำ Sample Test ก่อน โดยจะยิงโพสต์ล่าสุดของคุณไปที่คนกลุ่มแรก 500-1,500 คนเพื่อดูว่าการมีส่วนร่วมของฐานแฟนกลุ่มแรกเป็นอย่างไร ถ้าไปได้ดีก็จะส่งไปยังกลุ่มที่กว้างขึ้น 1,600-20,000 คน ถ้ายอดดีไปได้ดีอีกก็ส่งขยายไปอีก แต่ถ้ายอดแป้ก AI ก็จะหยุดส่งคอนเทนต์นี้ไป และไปดูที่โพสต์ใหม่ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง 

สู้กับอัลกอริธึมให้เพจปัง และแนวทางการสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม

ซึ่งระบบอัลกอริธึมจะทำแบบนี้กับทุกโพสต์ ทุกคอนเทนต์ของทุกเพจ ไม่ว่าคอนเทนต์นั้นจะเป็นไฟล์ภาพ หรือ คลิปวิดีโอระบบก็จะอ่านแค่คุณเป็น .jpg หรือ .mov เท่านั้น ไม่ได้วิเคราะห์จากเนื้อหาในคอนเทนต์ที่คุณทำเลย

ดังนั้น ถ้าอยากยอดดีทั้งโพสต์และคลิปก็ต้องรู้จักอัลกอริธึมพวกนี้ให้ดีก่อน และถ้าไม่อยากให้โดนกดยอดรีช ยอดการเข้าถึง ก็ต้องแยกเพจให้ชัดว่าต้องการโฟกัสเนื้อหาอะไร เพราะถ้าคุณยังกวาดคนอ่านทุกกลุ่ม หรือ ทำคอนเทนต์แบบหว่าน ทั้งก็อปเนื้อหามาทั้งดุ้นหรือก็อปภาพมาใช้จากต้นฉบับแบบเหมือนเปี๊ยบ โดยคาดหวังให้มีจำนวนคนดูหรือคนกดไลก์เยอะๆ ก็บอกได้เลยว่าไม่ได้ช่วยให้ยอดการเข้าถึงดีขึ้นได้เลย เพราะ AI จะปัดตกและมองว่าคุณเป็นบอทหรือสแปมมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งทำให้คะแนนเพจของคุณเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

 

อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม

related