
SHORT CUT
'สุกี้’ อาหารยอดฮิตคนรุ่นใหม่-ครอบครัว พาส่อง‘ตลาดสุกี้ไทย’ ที่ยังแข่งขันดุเดือด แต่.. ‘โบนัสสุกี้’ ทำได้ไงถึงโตวันโตคืน? ทำรายได้เพิ่มให้ MK
สุกี้ คือหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่อยู่คู่โต๊ะอาหารคนไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือครอบครัว ก็มักเลือกสุกี้เป็นมื้อพิเศษสำหรับการนั่งล้อมวงพูดคุย ใช้เวลาร่วมกัน เพราะเป็นอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งความอร่อย ความหลากหลาย และประสบการณ์การกินแบบแชร์ร่วมกันได้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตลาดสุกี้ในประเทศไทยจะเติบโตต่อเนื่อง จนกลายเป็นสมรภูมิธุรกิจมูลค่ากว่า 31,000 ล้านบาท ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นหน้าเก่าและหน้าใหม่เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างดุเดือด
ท่ามกลางการแข่งขันที่ฝุ่นตลบ ‘โบนัสสุกี้’ แบรนด์น้องใหม่ในเครือ MK Restaurant Group กลายเป็นชื่อที่ถูกจับตามองอย่างรวดเร็ว แม้เพิ่งเข้ามาทำตลาดได้ไม่นาน แต่กลับสร้างกระแสความสนใจได้ไม่น้อย ทั้งจากโมเดลธุรกิจ ราคา และกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ ส่งผลให้ทิศทางธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง
การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ‘โบนัสสุกี้’ ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อทดลองตลาด แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองในฐานะแบรนด์ที่พร้อมเติบโตในระยะยาว และมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญของตลาดสุกี้ไทยในอนาคต งานนี้จึงต้องจับตาต่อไปว่า การเดินเกมของโบนัสสุกี้จะสามารถเขย่าตลาด และสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ธุรกิจสุกี้ไทยได้มากแค่ไหนในยุคที่การแข่งขันเข้มข้นกว่าที่เคย
ล่าสุดบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป หรือ M รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 163 ล้านบาท ลดลง 30.1% สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่ยังรุนแรง
แม้กำไรจะลดลงต่อเนื่องหลายไตรมาส แต่ยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales) ยังเติบโต 3.5% โดยเฉพาะแบรนด์ ‘เอ็มเค สุกี้’ ที่ยอดขายโต 6.1% จากกระแสตอบรับโปรโมชันบุฟเฟต์ ‘คุ้มเกินคุ้ม’ ขณะที่จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 8.3% สะท้อนว่าผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้จ่าย
อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญคือ ‘โบนัส สุกี้’ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วหลังเปิดให้บริการช่วงครึ่งหลังปี 2568 ปัจจุบันมี 31 สาขา และสร้างรายได้คิดเป็น 11% ของพอร์ตธุรกิจ พร้อมเดินหน้าขยายเพิ่มอีกกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ หลังบริษัทเพิ่มงบลงทุนอีก 700 ล้านบาท ส่วนแบรนด์ ‘ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ’ มีแล้ว 4 สาขา และเตรียมขยายเพิ่มทั้งในและต่างประเทศอย่างน้อย 2 สาขาภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าเศรษฐกิจปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมัน วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังเปราะบาง ทำให้ธุรกิจร้านอาหารต้องแข่งขันด้านราคาและโปรโมชันอย่างหนัก โดยเอ็มเคยังเดินหน้าปรับกลยุทธ์ เน้นเมนูและโปรโมชันที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า ควบคู่กับบริหารต้นทุนและขยายพอร์ตแบรนด์เพื่อรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่มในระยะยาว