Binance ถูกแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 5.9 พันล้านดอลลาร์

Binance ถูกแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 5.9 พันล้านดอลลาร์

ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มนยซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี ถูกแฮ็ก 5.9 พันล้านดอลลาร์ แต่อายัดได้แล้ว 2.5 พันล้าน ชูเงินกองทุน SAFU พร้อมชดเชยเต็มจำนวน

SHORT CUT

  • Binance ถูกเจาะระบบสูญเสียสินทรัพย์กว่า 5.6-5.9 พันล้านดอลลาร์ ทุบสถิติเสียหายสูงกว่า Bybit ถึง 4 เท่า แต่พบว่าถูกเจาะเพียงแค่ Hot Wallet ที่ใช้ทำธุรกรรมรายวันเท่านั้น
  • พันธมิตรอย่าง Tether และ Circle เร่งอายัดเหรียญได้กว่า 2,540 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Binance เตรียมดึงกองทุน SAFU และทรัพย์สินบริษัทมาชดเชยส่วนต่างที่เหลือ มั่นใจรับมือได้
  • CZ อดีตผู้ก่อตั้ง ยืนยันพร้อมชดเชยความเสียหายเต็มจำนวน ขณะนี้ระบบปิดปรับปรุงการถอนชั่วคราว นักลงทุนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างสงบ เพราะทางบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะไม่ซ้ำรอยการล่มสลาย

ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มนยซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี ถูกแฮ็ก 5.9 พันล้านดอลลาร์ แต่อายัดได้แล้ว 2.5 พันล้าน ชูเงินกองทุน SAFU พร้อมชดเชยเต็มจำนวน

เกิดเหตุการณ์สั่นสะเทือนวงการคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ อันดับหนึ่งของโลก ตกเป็นเหยื่อการโจรกรรมทางไซเบอร์

Binance ถูกแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 5.9 พันล้านดอลลาร์

ด้วยมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 5.6 - 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 - 2 แสนล้านบาท) ทำลายสถิติเดิมของแพลตฟอร์ม Bybit ที่เคยถูกโจรกรรมไป 1,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงอย่างราบคาบด้วยมูลค่าที่สูงกว่าถึง 4 เท่า

จากการตรวจสอบเบื้องต้น แฮ็กเกอร์ได้กวาดต้อนสินทรัพย์หลักไปในปริมาณมหาศาล ประกอบด้วย

  • Tether (USDT) : 1.57 พันล้านดอลลาร์
  • Bitcoin (BTC) : 1.45 พันล้านดอลลาร์
  • Ethereum (ETH) : 875 ล้านดอลลาร์
  • USD Coin (USDC) : 823 ล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์อื่น ๆ รวมมูลค่ามหาศาล

Binance ถูกแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 5.9 พันล้านดอลลาร์

เจาะลึกความเสียหาย Binance ถูกแฮ็กครั้งใหญ่

แม้ตัวเลขความเสียหายจะดูน่าตกใจ จนทำให้ราคา Bitcoin ร่วงหลุด 78,000 ดอลลาร์ และนักลงทุนหลายคนเกิดความวิตกกังวล แต่เมื่อกางข้อมูลเจาะลึกดูรายละเอียด จะพบว่าสถานการณ์อาจไม่ได้เลวร้ายจนถึงขั้นแพลตฟอร์มล่มสลาย

Binance ถูกแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 5.9 พันล้านดอลลาร์

เจาะได้แค่ Hot Wallet : ปัญหาที่พบในขณะนี้เกิดขึ้นกับ 'Hot Wallet' หรือกระเป๋าเงินออนไลน์ที่ Binance ใช้หมุนเวียนทำธุรกรรมรายวันตามปกติเท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า 'Cold Wallet' ซึ่งเป็นระบบเก็บสินทรัพย์ระยะยาวแบบออฟไลน์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดถูกเจาะเข้าถึงแต่อย่างใด

อายัดสินทรัพย์ได้ทันเวลา : Binance ได้ประสานงานอย่างรวดเร็วกับบริษัทผู้ออก Stablecoin อย่าง Tether, Circle และพันธมิตรอื่น ๆ จนสามารถอายัดสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้แล้วถึง 2,540 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.2 หมื่นล้านบาท) แม้จะยังไม่ได้เงินคืนในทันที แต่ก็สกัดกั้นไม่ให้แฮ็กเกอร์เคลื่อนย้ายเงินส่วนนี้ไปฟอกต่อได้

สภาพคล่องและกองทุน SAFU : Changpeng Zhao (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance ออกมายอมรับว่า 'ดูเหมือนจะถูกแฮ็กจริง' แต่ยืนยันว่าลูกค้าจะได้รับการชดเชยครบถ้วน ซึ่งเมื่อหักลบเงินที่อายัดได้ จะเหลือส่วนต่างความเสียหายที่ต้องชดเชยราว 1,500 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน Binance มีกองทุนประกันความเสี่ยง (SAFU) ที่ถือ Bitcoin อยู่ประมาณ 15,000 BTC (มูลค่าราว 1,160 ล้านดอลลาร์) ผนวกกับสินทรัพย์ของบริษัทเอง จึงมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะครอบคลุมความเสียหายนี้

หากย้อนดูบทเรียนในอดีต แพลตฟอร์มอย่าง Bybit เคยถูกแฮ็กไปถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังสามารถจัดหาสภาพคล่องมารองรับและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ สำหรับ Binance ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาก ตัวเลขส่วนต่างระดับนี้จึงถือว่าอยู่ในวิสัยทัยที่บริษัทรับมือได้

ในขณะนี้ Binance ได้ประกาศระงับการฝาก-ถอนชั่วคราวเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ดังนั้น การตื่นตระหนกไปก็ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้ สิ่งที่นักลงทุนควรทำในตอนนี้คือการเสพข้อมูลอย่างมีสติ และติดตามการอัปเดตจากแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจครั้งสำคัญถึง 'ความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม' ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีระบบใดปลอดภัย 100% 

ที่มา : BBC, CNBC

related