
SHORT CUT
Asava Group ตอกย้ำบทบาทผู้นำแฟชั่นไทย หลังเผยตัวเลขการเติบโตของยอดขายรวม 131% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จากพอร์ตโฟลิโอ 6 แบรนด์ที่ครอบคลุมแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ยูนิฟอร์ม และธุรกิจอาหาร พร้อมเดินหน้าขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้รวมอีก 30% ภายในปี 2569
ยอดขายเติบโต 131% ใน 4 ปี เดินหน้าขยายอาณาจักรแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้ารายได้โต 30% ภายในปี 2569
Asava Group (อาซาว่า กรุ๊ป) ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์แฟชั่นไทยระดับแนวหน้า หลังเผยผลการดำเนินงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา (2564–2568) สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายรวมสูงถึง 131% จาก 6 แบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ ครอบคลุมธุรกิจแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และร้านอาหาร ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าเพิ่มรายได้รวม 30% ภายในปี 2569
คุณพลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการเติบโตคือ “การเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งในแต่ละตลาด” เพื่อนำ Insight จากการใช้งานจริงมาต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ปัจจุบัน Asava Group ไม่ได้จำกัดบทบาทเพียงแบรนด์เสื้อผ้า แต่ขยายพอร์ตโฟลิโอเป็น 6 แบรนด์หลัก ได้แก่
ในเชิงกลยุทธ์ Asava Group มุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่ม Ready-to-Wear ควบคู่กับการขยายตลาด Custom-made เพื่อตอบรับความต้องการเฉพาะบุคคลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
สำหรับ Uniform by Asava ได้ยกระดับจากการออกแบบชุดยูนิฟอร์มทั่วไป สู่แนวคิด Corporate Identity Design เพื่อสร้างภาพลักษณ์ระดับสากลให้กับองค์กรชั้นนำ พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มธุรกิจ Hospitality ซึ่งถือเป็นการส่งออก “Service Identity” ผ่านงานออกแบบแฟชั่น
ขณะที่ MOO Bangkok ถูกวางบทบาทให้เป็นมากกว่าแบรนด์เสื้อผ้า โดยต่อยอดสู่กลุ่ม Lifestyle Items เพื่อสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างชัดเจน
อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการเพิ่มช่องทาง Live Commerce ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้ากลุ่ม Gen X, Y และ Gen Z โดยยอดขายจากการไลฟ์ของแบรนด์ ASV และ MOO Bangkok เติบโตมากกว่า 100% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการเห็นสินค้าในมุมมองจริง พร้อมคำแนะนำด้านสไตลิ่งแบบเรียลไทม์จากผู้เชี่ยวชาญ
ควบคู่กันนี้ กลุ่มแบรนด์ยังลงทุนพัฒนาระบบ Digital และ CRM ที่เชื่อมต่อทุกช่องทางแบบ Omni-channel เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสร้างคุณค่าในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขายระยะสั้น
Asava Group ยังมีแผนปรับโฉมร้านและขยายสาขาในทำเลศักยภาพ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์และการเล่าเรื่องของแบรนด์ รวมถึงการเปิด Pop-up Store เพื่อทดลองตลาดใหม่ ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่
ในด้านตลาดต่างประเทศ กลุ่มแบรนด์มุ่งเจาะตลาด ตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออก ผ่าน Multi-label Store และช่องทางออนไลน์ พร้อมพัฒนาระบบ Global E-commerce บนเว็บไซต์ asavagroup.com และ moobangkok.com ให้รองรับลูกค้าทั่วโลก เสริมด้วยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และการรุกเข้าสู่ Marketplaces เฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและสมาคมด้านแฟชั่น อาทิ Bangkok Fashion Society (BFS), สมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย (FTFD) และ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อผลักดันแฟชั่นไทยระดับพรีเมียมสู่ตลาดออนไลน์ และขยายโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล
สำหรับทิศทางในอนาคต Asava Group วางเป้าการเติบโตอย่างชัดเจน โดย
ขณะที่ภาพรวมของทั้ง 6 แบรนด์ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมไว้ที่ 30% สะท้อนศักยภาพและความแข็งแรงของอาณาจักรแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน