
OH! JUICE เร่งกลยุทธ์ Celebrity-led Brand Experience จับมือปอนด์ ณราวิชญ์ เปิดแคมเปญ 'Love Takeover ' เชื่อมอารมณ์ผู้บริโภค สร้างปรากฎการณ์ขายเกลี้ยงทุกสาขารับปีม้ายอดขายโต 200 %
กลายเป็นปรากฏการณ์ 'ของขาดสต็อก' ทันทีที่เปิดตัว สำหรับแคมเปญ 'Love Takeover' ของแบรนด์เครื่องดื่มสุขภาพสุดฮอตอย่าง OH! JUICE ที่ดึงตัวนักแสดงหนุ่ม 'ปอนด์-ณราวิชญ์' มาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ จนดันยอดขายพุ่งทะยานกว่า 200% ในช่วงเปิดตัว รับปีม้า 2569 อย่างสวยงาม
วิเคราะห์กลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จ ทำไม OH! JUICE ถึงข้ามผ่านการเป็นแค่ร้านน้ำปั่น สู่การเป็น Lifestyle Brand ที่ครองใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างอยู่หมัด
จากข้อมูลปี 2568 ที่ผ่านมา OH! JUICE พิสูจน์แล้วว่า 'ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพพรีเมียม' ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่คือ New Normal ของยุค
แม้กลุ่มผู้บริโภคหลักจะเป็นคนทำงานและ Millennials แต่ Gen Z คือกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด และมีบทบาทสำคัญที่ทำให้แบรนด์ 'แมส' บนโลกโซเชียลผ่านการบอกต่อง และเทรนด์การโชว์ไลฟ์สไตล์สุขภาพดี
OH! JUICE ไม่ได้ใช้ดาราเพียงเพื่อโปรโมทยืนถือแก้ว แต่ใช้กลยุทธ์ 'Celebrity Signature Series' ที่เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับอารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนของผู้บริโภค
การเลือก 'ปอนด์ ณราวิชญ์' ที่มีภาพลักษณ์พลังบวกและเข้าถึงง่าย มาเชื่อมโยงกับแนวคิด 'Every Sip Brings You Closer' ซึ่งจะช่วยส่งแบรนด์ให้เข้าไป Takeover อารมณ์ของผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติผ่านรอยยิ้ม คาแรคเตอร์ และพลังบวก สอดคล้องกับจุดยืนของแบรนด์ที่ต้องการส่งต่อความสดชื่นและไลฟ์สไตล์สุขภาพให้กับผู้บริโภค
พัฒนาเมนูเฉพาะช่วงอย่าง Loveberry Kissabel และ Applekiss Takeover ที่ใช้แอปเปิลคิสซาเบลพรีเมียมจากฝรั่งเศส ผสมผสานกับสารอาหารกลุ่ม Brain Booster ซึ่งตอบโจทย์ Pain Point คนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งความอร่อยและฟังก์ชันบำรุงสมอง
กิจกรรม 'Meet & Sip' เปิดให้ลูกค้า 50 คน ได้ร่วมประสบการณ์ แบบ Exclusive กับปอนด์ ณราวิชญ์ เปลี่ยนการซื้อสินค้าให้กลายเป็น เครื่องมือสร้าง Brand Affinity และการจดจำแบรนด์ระยะยาว และบอกต่อแบบปากต่อปาก และผ่านช่องทางโซเชียล
เบญญาภา เตชะมณีสถิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ เจ้าของร้าน OH! JUICE บอกว่าต้องการสร้างโมเมนต์ที่ผู้บริโภคยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ผ่านทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่รสชาติ บรรยากาศร้าน ไปจนถึงกิจกรรมพิเศษ พร้อมกางแผนบุกต่อในปีนี้ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน
เปลี่ยนสินค้าให้กลายเป็น 'Lifestyle Item' สะท้อนตัวตนของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มองว่าการดูแลสุขภาพคือการแสดงออกถึงรสนิยม ผ่านกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ร่วมกับ Celebrity ที่ไม่ใช่แค่การขายคุณสมบัติของเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก ผ่านเมนูพิเศษและกิจกรรมจำนวนจำกัด ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตแบบก้าวกระโดดในระยะสั้น แต่ยังสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว ได้อย่างทรงพลัง