
SHORT CUT
ข้าวมันไก่’ ไม่ธรรมดา จากเมนูบ้านๆ กลายเป็นสมรภูมิธุรกิจหมื่นล้าน เมื่อ..‘ข้าวมันไก่หนีห่าว’ ป้าตือ-มิกซ์เฉลิมศรี ลุยเจาะGen Z
ในปี 2569 หากจะพูดถึงเมนูอาหารที่ 'ขายได้ทุกวัน ไม่มีโลว์ซีซัน' ชื่อของ 'ข้าวมันไก่' ยังคงติดโผอันดับต้นๆ ของตลาดอาหารจานด่วนในประเทศไทยอย่างเหนียวแน่น เมนูพื้นฐานที่อยู่คู่คนไทยมานาน ไม่ได้ครองใจเฉพาะผู้บริโภคในประเทศเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทยอย่างต่อเนื่อง
เสน่ห์ของข้าวมันไก่อยู่ที่ความเรียบง่ายแต่ครบเครื่อง ตั้งแต่ข้าวมันหอมมันกำลังดี เนื้อไก่นุ่มฉ่ำ เลือกได้ทั้งไก่ต้มและไก่ทอด เสิร์ฟคู่เครื่องในครบชุด น้ำซุปร้อนๆ ซดคล่องคอ และหัวใจสำคัญอย่างน้ำจิ้มรสเด็ดที่แต่ละร้านมีสูตรเฉพาะตัว กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างในตลาด รสชาติที่เข้าถึงง่าย ถูกปากคนหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ข้าวมันไก่ไม่ใช่แค่อาหารประจำถิ่น แต่เป็น 'อาหารสากลในเวอร์ชันไทย' อย่างแท้จริง
กระแสความนิยมดังกล่าวสะท้อนตรงมาสู่ฝั่งธุรกิจอย่างชัดเจน เมื่อผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหม่ ไปจนถึงแบรนด์ร้านอาหาร เริ่มหันมาจับตลาดข้าวมันไก่มากขึ้น ทั้งการเปิดร้านใหม่ การแตกไลน์เมนู หรือการยกระดับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและผู้บริโภครุ่นใหม่ ส่งผลให้สนามแข่งขันของตลาดข้าวมันไก่ในวันนี้คึกคักกว่าที่เคย และกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของธุรกิจอาหารไทยในปี 2569 อย่างน่าจับตา
รู้หรือไม่? ว่าตลาดข้าวมันไก่ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 70,000 – 100,000 ล้านบาทต่อปี แนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รายงานว่า ปี2568 ไทยมีร้านอาหารที่จดทะเบียนนิติบุคคลทั่วประเทศประมาณ 25,000–30,000 ราย ขณะที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) รายงานเศรษฐกิจนอกระบบว่าร้านอาหารขนาดเล็ก–รถเข็น–แผงลอยทั่วประเทศมีประมาณ 300,000 – 400,000 ราย ในจำนวนนี้กว่า 60–70% เป็นอาหารจานเดียวเช่น ข้าวมันไก่ ข้าวกะเพรา ข้าวหมูแดง ข้าวราดแกงคิดเป็นร้านอาหารจานเดียวราว180,000 – 280,000 ร้าน
ขณะที่ข้อมูลจาก สสช. ทำการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนคนไทยบริโภคอาหารนอกบ้าน เฉลี่ย 1–2 มื้อต่อวัน อาหารจานเดียวเป็นเมนูหลัก มากกว่า 50% ของการบริโภคอาหารนอกบ้านราคาที่พบบ่อยที่สุด40–60 บาท/จาน จากปัจจัยดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้ร้านอาหารจานเดียวในไทยเติบโต วันนี้ จะพามาส่องความเคลื่อนไหวของการลงทุนใหม่ในปี2569
ล่าสุดตลาดอาหารไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อสองพี่น้องนักปั้นแบรนด์แถวหน้า ‘ชุติมา เปรื่องเมธางกูร’ และ ‘ปรมินทร์ เปรื่องเมธางกูร’ ประกาศเปิดเกมรุกธุรกิจใหม่ในเซ็กเมนต์แมสอย่าง ‘ข้าวมันไก่’ พร้อมดึงพลังอินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อป ‘ป้าตือ–สมบัษร ถิระสาโรช’ และ ‘มิกซ์ เฉลิมศรี’ แท็กทีมเปิดตัวแบรนด์ ‘ข้าวมันไก่หนี่ห่าว ป้าตือ–มิกซ์ เฉลิมศรี’ ชูจุดขายสูตรไหหนาน ปรับภาพจำเมนูพื้นบ้านให้ทันสมัย ตอบโจทย์ยุคเดลิเวอรี
เบื้องหลังแบรนด์ใหม่นี้ คือการรวมตัวของผู้เล่นที่คุ้นเคยกับการสร้างแบรนด์อาหารให้ติดตลาดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชุติมา ผู้ปลุกปั้นแบรนด์ดังอย่าง nice two Meat u, Fire Tiger และ ‘เกศเตี๋ยว’ ผสานกับปรมินทร์ แห่งเครือยูซุ กรุ๊ป เจ้าของเชนร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม อาทิ Yuzu Ramen, Yuzu Omakase และ Yuzu Suki ที่เข้ามาดูแลโครงสร้างระบบและการปฏิบัติการทั้งหมด
โมเดลธุรกิจของ ‘ข้าวมันไก่หนี่ห่าว’ เลือกเปิดเกมด้วยเดลิเวอรีเป็นหลัก เริ่มให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลผ่าน LINE MAN พร้อมวางแผนขยาย Cloud Kitchen ให้ครบ 8 จุดภายใน 1 เดือน โดยอาศัยโลเคชันของร้านในเครือยูซุเป็นฐานการจัดส่ง ก่อนต่อยอดสู่การส่งความอร่อยทั่วประเทศในระยะถัดไป
ในด้านโปรดักต์ แบรนด์วางตำแหน่งชัดเจนในกลุ่ม ‘อร่อย คุ้มค่า เข้าถึงง่าย’ ราคาเริ่มต้น 70–149 บาท โดยนำข้าวเกาหลีมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักของข้าวมัน พร้อมตัวเลือกข้าวถึง 4 แบบ ตั้งแต่ข้าวมันสูตรดั้งเดิม ข้าวมันกระเทียม ข้าวมันผักกาดดอง ไปจนถึงข้าวอบเผือก ขณะที่ไก่ใช้เทคนิคซูวี เพิ่มความนุ่มฉ่ำ และมีทั้งเมนูไก่ต้มและไก่ทอด
อีกหนึ่งไฮไลต์คือซอสสไตล์ไหหนานที่พัฒนาขึ้นเฉพาะแบรนด์ ทั้งซอสกระเทียม ซอสน้ำส้มไหหนาน และซอสราดไก่ซูวี รวมถึง ‘น้ำพริกไก่กรอบ’ ที่เพิ่มเท็กซ์เจอร์และรสจัดจ้าน ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมน้ำซุปให้เลือกทั้งสูตรดั้งเดิมและซุปมะนาวดอง
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการผสานมุมมองของคนทำธุรกิจอาหารต่างเจเนอเรชัน ตั้งแต่ประสบการณ์เชิงลึกของป้าตือ ความเข้าใจพฤติกรรม Gen Z ของมิกซ์ ไปจนถึงความเชี่ยวชาญด้านแบรนด์และระบบหลังบ้านของทีมผู้บริหาร โดยแบรนด์อยู่ภายใต้บริษัท ‘ส้มพาสุข จำกัด’ ในเครือยูซุ กรุ๊ป และถูกวางหมากให้เป็นแบรนด์ข้าวมันไก่ที่ ‘คิดมาเพื่อยุคเดลิเวอรี’ อย่างแท้จริง
ในวันที่ผู้บริโภคมองหาอาหารที่อร่อย สะอาด และคุ้มค่า การขยับตัวของ ‘ข้าวมันไก่หนี่ห่าว ป้าตือ–มิกซ์ เฉลิมศรี’ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มผู้เล่นในตลาด แต่คือความพยายามยกระดับเมนูสามัญ ให้กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคยุคใหม่