SHORT CUT
คำศัพท์โลกโซเชียล - “Nillionaire” หรือ “คนที่แทบไม่มีเงินเลยสักบาทเดียว” คำแสลงสุดแสบที่เกิดขึ้นมาตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีบทบาทกับการใช้ชีวิตของคนมากขึ้น จนถูกหยิบขึ้นมาใช้พูดขำ ๆ เพื่อสะท้อนสภาพการเงินของตัวเอง
“Nillionaire” ไม่ใช่แค่คำขำๆ แต่มันคือภาพสะท้อนชีวิตจริงของคนรุ่นใหม่ จากคำแสลงบนโซเชียล สู่ความจริงเจ็บๆ ที่คนรุ่นใหม่เข้าใจกันดี
"Nillionaire" — คำศัพท์ที่อาจฟังดูเหมือนมุกตลกในแคปชั่น TikTok หรือ meme บน X (Twitter) แท้จริงแล้วคือคำที่มีนัยยะลึกซึ้งกว่าที่คิด
มันเกิดจากการเล่นคำระหว่าง “Nil” (ศูนย์) และ Millionaire (เศรษฐีหลักล้าน) กลายเป็นนิยามใหม่ของคนที่ “แทบไม่มีเงินติดตัวเลย” หรือพูดแบบไทยๆ ก็คือ “ถังแตกขั้นสุด”
แต่นี่ไม่ใช่แค่คำพูดติดตลก มันคือเครื่องมือสื่อสารที่คนรุ่นใหม่ (โดยเฉพาะ Gen Z) ใช้สะท้อนความจริงที่ต้องเผชิญในโลกเศรษฐกิจปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา และนี่คือ 3 มิติที่ "Nillionaire" กำลังพูดแทนเสียงของพวกเขา
"Nillionaire" กลายเป็นคำยอดฮิตเพราะมัน สะท้อนสภาพการเงินที่เปราะบาง ของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุคที่เงินเฟ้อพุ่ง ค่าใช้จ่ายสูง และโอกาสทางเศรษฐกิจไม่ได้เปิดกว้างเท่าเดิม
Gen Z โตมากับภาวะเศรษฐกิจซบเซา เหตุการณ์ใหญ่ระดับโลก และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเดือน สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขามีมุมมองใหม่ต่อเรื่องการเงิน และกล้าพูดตรงๆ ว่า “ฉันไม่มีเงินเลย” — ด้วยน้ำเสียงที่ปนทั้งขันขื่นและสะท้อนความจริง
การที่คำว่า "Nillionaire" สะท้อนถึงความยากลำบากทางการเงินในปัจจุบัน ยิ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าต้องมีเงินจำนวนมาก เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตที่ดีและหลีกเลี่ยงสถานะ "ถังแตก" นี้ได้ คำนี้จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสิ่งที่พวกเขาต้องการหลีกหนี ซึ่งนั่นคือการมีชีวิตแบบ "ธรรมดาๆ" หรือแบบจำกัด ที่ค่าจ้างปานกลางไม่เพียงพอต่อมาตรฐานการครองชีพที่ดี เป้าหมายหลักในการทำงานของ Gen Z จึงกลายเป็นการ "หาเงินให้ได้เยอะๆ" เพื่อบรรลุความฝันทางการเงินที่ใหญ่กว่า
แม้จะถังแตก แต่ Gen Z ไม่จำเป็นต้องเงียบหาย เพราะ บนโลกออนไลน์ ตัวตนไม่ได้วัดด้วยยอดในบัญชี แต่คือพลังของการเล่าเรื่อง มุกตลก และความสามารถในการสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจ
"Nillionaire" จึงกลายเป็นคำที่คนรุ่นใหม่ใช้สร้างตัวตน เล่นกับสถานะของตัวเองอย่างมีอารมณ์ขัน และบอกให้โลกเห็นว่า “แม้ไม่มีเงิน แต่ฉันยังมีเสียง”
"Nillionaire" ไม่ใช่แค่ศัพท์ฮิตบนโซเชียล แต่เป็นภาพสะท้อนของความท้าทายทางเศรษฐกิจที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญ และยังช่วยอธิบายได้ว่า ทำไม “ความมั่นคงทางการเงิน” ถึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับต้นๆ ของ Gen Z
มันคือการประกาศว่า “ชีวิตที่ดีไม่ควรขึ้นอยู่กับว่าเงินในบัญชีเหลือศูนย์หรือเปล่า” และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง ทั้งเพื่อหลุดพ้นจากความจน และเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เลือกเองได้