svasdssvasds

UPS ส่ง AI สยบแก๊ง ‘คืนของปลอม’ หลังยอดโกงพุ่งเฉียด 3 ล้านล้านบาท

UPS ส่ง AI สยบแก๊ง ‘คืนของปลอม’ หลังยอดโกงพุ่งเฉียด 3 ล้านล้านบาท

UPS ใช้ AI สแกนภาพจับผิดสินค้าส่งคืนแบบเรียลไทม์ หวังลดความเสียหายมหาศาลให้กับแบรนด์ดังช่วงเทศกาล หลังพบสถิติการคืนของฉ้อโกงพุ่งสูงถึง 9% ของยอดคืนทั้งหมด

SHORT CUT

  • Return Vision ช่วยปิดช่องโหว่การคืนสินค้าแบบ "Boxless" (ไม่ใช้กล่อง) ที่เดิมทีตรวจสอบยาก ให้กลายเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและรวดเร็วขึ้น
  • ปัญหา Return Fraud ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แบรนด์ต้องแบกรับต้นทุนและอาจนำไปสู่การปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
  • แม้ AI จะช่วยลดขยะจากการจัดการสินค้าเน่าเสียได้ แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องเผชิญกับโจทย์การใช้ AI ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

UPS ใช้ AI สแกนภาพจับผิดสินค้าส่งคืนแบบเรียลไทม์ หวังลดความเสียหายมหาศาลให้กับแบรนด์ดังช่วงเทศกาล หลังพบสถิติการคืนของฉ้อโกงพุ่งสูงถึง 9% ของยอดคืนทั้งหมด

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ 'การฉ้อโกงจากการคืนสินค้า' (Return Fraud) ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่ภาคธุรกิจอย่างมหาศาล

CREDIT : REUTERS

ล่าสุด Happy Returns บริษัทในเครือ UPS ผู้นำด้านโลจิสติกส์ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ในชื่อ "Return Vision" เครื่องมือ AI อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับการส่งคืนสินค้าที่ไม่ตรงปกโดยเฉพาะ

Return Vision ทำงานอย่างไร?  

ระบบจะใช้การสแกนภาพถ่ายของสินค้าที่ลูกค้าส่งคืน ณ จุดบริการ จากนั้น AI จะทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลสินค้าจริง หากพบความผิดปกติ เช่น การส่งคืนของก๊อปปี้เกรดเอ หรือการนำก้อนหินใส่กล่องแทนสินค้า ระบบจะแจ้งเตือนให้พนักงานตรวจสอบทันทีเพื่อยับยั้งการคืนเงิน

CREDIT : REUTERS

ปัจจุบันแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Everlane, Revolve และ Under Armour ได้เริ่มทดสอบใช้งานเครื่องมือนี้แล้ว เนื่องจากสถิติจากสมาคมค้าปลีกแห่งชาติ (NRF) ระบุว่า

ในปี 2025 นี้ ยอดการคืนสินค้าที่เข้าข่ายฉ้อโกงในสหรัฐฯ มีสัดส่วนสูงถึง 9% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท) ซึ่ง Jim Green ผู้อำนวยการด้านโลจิสติกส์ของ Everlane ยอมรับว่า

'การไม่ได้สินค้าจริงกลับคืนมาคือความเสียหายซ้ำซ้อน เพราะบริษัทต้องเสียทั้งราคาสินค้าและค่าดำเนินการขนส่ง'

CREDIT : REUTERS

อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ก็มีความท้าทายในด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากศูนย์ข้อมูลที่ใช้ประมวลผล AI ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำมหาศาลในการระบายความร้อน แต่ในมุมของธุรกิจและการลดขยะจากสินค้าที่ต้องถูกทิ้งในหลุมฝังกลบเพราะถูกโกงจนขายต่อไม่ได้ เทคโนโลยีนี้อาจเป็นทางออกที่คุ้มค่าในระยะยาว

ที่มา : Yahoo FinanceREUTERS

related