
SHORT CUT
เจาะลึกเบื้องหลังวิกฤตชิปขาดแคลน ผ่านมุมมอง Micron ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิป เผยเหตุผลทำไมผู้บริโภคถึงเข้าใจผิด และทำไมการลงทุนมหาศาลก็ยังช่วยไม่ได้จนกว่าจะถึงปี 2028
Micron ได้มีการชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าผู้ผลิตหน่วยความจำกำลังทอดทิ้งผู้ใช้งานทั่วไปเพื่อไปเอาใจยักษ์ใหญ่ด้าน AI โดยเฉพาะหลังจาก Micron ยุติบทบาทแบรนด์ 'Crucial' ในบางส่วน
Moore ระบุว่าความเข้าใจนี้ 'คลาดเคลื่อน' เพราะในความเป็นจริง Micron ยังคงครองส่วนแบ่งมหาศาลในตลาดผู้บริโภคผ่านโมเดล OEM โดยเป็นการส่งมอบชิปประสิทธิภาพสูงอย่าง LPDDR5 ให้กับแบรนด์คอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง Dell และ ASUS โดยตรง เพียงแต่ผู้บริโภคอาจไม่เห็นตราสินค้า Micron บนผลิตภัณฑ์เหมือนเมื่อก่อน
เหตุผลหลักที่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนคือการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ครองส่วนแบ่งตลาดเพียง 30% ปัจจุบันพุ่งทะยานไปถึง 60% ของความต้องการหน่วยความจำทั้งหมด
Moore ย้ำว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของ Micron เพียงเจ้าเดียว แต่เป็นวิกฤตของทั้งอุตสาหกรรมที่กำลังเร่งการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่ถาโถมเข้ามา
หลายคนตั้งคำถามว่าการสร้างโรงงานเพิ่มจะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่? คำตอบจาก Micron คือ "ไม่สามารถทำได้ในทันที"
ความซับซ้อนในการผลิต : การผลิตชิปที่มีความจุหลากหลาย (เช่น 8GB, 12GB, 16GB) ทำให้เครื่องจักรต้องหยุดชะงักเพื่อปรับตั้งค่าใหม่ ส่งผลให้ยอดการผลิตรวมลดลง
มาตรฐานการตรวจสอบ : ลูกค้ากลุ่ม AI ต้องการความแม่นยำและเสถียรภาพสูงสุด ทำให้ขั้นตอนการทดสอบ (Qualification) กินเวลานานขึ้น
ไทม์ไลน์การก่อสร้าง : แม้โรงงานใหม่ในไอดาโฮจะขยับกำหนดการเร็วขึ้นเป็นกลางปี 2027 แต่กว่าจะเริ่มผลิตจริงและส่งมอบสินค้าได้ในระดับที่มีนัยสำคัญ ต้องรอจนถึงปี 2028
ในขณะที่ตลาดโลกตึงตัว ผู้ผลิตจากจีนอย่าง CXMT เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการจัดหาหน่วยความจำ DDR5 ซึ่ง Micron มองว่า 'การแข่งขันเป็นเรื่องที่ดี' และพร้อมที่จะยกระดับเทคโนโลยีเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโลกต่อไป