
SHORT CUT
Davos 2026 เมื่อ AI ไม่ใช่แค่นวัตกรรมแต่คือ "อาวุธภูมิรัฐศาสตร์" สหรัฐฯ เร่งกีดกันจีน จับตา AGI เปลี่ยนนิยามงานและความเป็นมนุษย์
ประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2026 ประเด็นเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้แทรกซึมเข้าสู่ทุกวงสนทนา จนกลายเป็นวาระสำคัญเทียบเท่ากับปัญหาความขัดแย้งทางการค้าและสงคราม
หากย้อนกลับไปปีที่แล้ว บริษัท DeepSeek ของจีนเคยสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตัวโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนต่ำ จนทำให้นักลงทุนทั่วโลกตื่นตัว มาปีนี้ การสนทนาได้ยกระดับไปไกลกว่าเรื่อง 'ความสามารถ' ของ AI แต่เจาะลึกไปถึง 'การใช้งานจริง' และ 'อำนาจทางการเมือง'
บรรยากาศที่ดาวอสปีนี้ตึงเครียดขึ้นเมื่อ AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือชี้ชะตาอำนาจโลก Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ได้แสดงทัศนะที่แข็งกร้าว โดยเปรียบเทียบชิป AI ขั้นสูงว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญเทียบเท่ากับ "อาวุธนิวเคลียร์"
Amodei ระบุว่า "การไม่ขายชิปให้จีน คือหนึ่งในมาตรการที่ใหญ่ที่สุดที่เราทำได้ เพื่อซื้อเวลาในการรับมือกับเทคโนโลยีนี้" เขายังเตือนถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ขายชิป Nvidia H200 ให้กับจีน
ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ หากคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ชะลอการพัฒนา การแข่งขันที่แท้จริงจะเหลือเพียงบริษัทเทคโนโลยีด้วยกันเอง ไม่ใช่สงครามระหว่างรัฐ
ในขณะที่สหรัฐฯ และจีนขับเคี่ยวกัน Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft ได้เตือนสติว่ายุโรปกำลังเสี่ยง 'ตกขบวน' เพราะมุ่งเน้นการกำกับดูแลมากกว่าการสร้างนวัตกรรม พร้อมย้ำว่า AI ต้องถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จริง (Do something useful)
"ความสำเร็จของ AI ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จำเป็น โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน" Nadella กล่าว เขาชี้ว่าบริษัทเอกชนไม่สามารถทำงานได้หากขาดระบบโครงข่ายไฟฟ้าและโทรคมนาคม ซึ่งเป็นหน้าที่พื้นฐานของรัฐบาล พร้อมระบุว่าการกระจายตัวของ AI จะไม่เท่าเทียมกันทั่วโลกหากขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้
ประเด็นเรื่องผลกระทบต่อตลาดแรงงานยังคงเป็นที่ถกเถียง Demis Hassabis ซีอีโอของ Google DeepMind มองโลกในแง่ดีว่าจะมี "งานที่มีความหมายมากขึ้น" เกิดขึ้น แต่เขาก็เตือนว่ารูปแบบการจ้างงานจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะนักศึกษาฝึกงานที่อาจลดลง โดยแนะนำให้บัณฑิตใหม่ใช้เวลาไปกับการ "ฝึกใช้เครื่องมือ AI" เพื่อก้าวกระโดดในอาชีพแทน
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Hassabis และ Amodei ต่างเห็นตรงกันว่า เมื่อ AGI มาถึง ซึ่งอาจใช้เวลาเพียง 5-10 ปี ตลาดแรงงานจะเข้าสู่ "น่านน้ำที่ไม่มีใครรู้จัก" (Uncharted territory) และอาจนำไปสู่คำถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับความหมายของชีวิต เมื่อมนุษย์ไม่ต้องทำงานแบบเดิมอีกต่อไป
ทางด้าน Yoshua Bengio หนึ่งในบิดาแห่ง AI และ Yuval Harari นักปรัชญาชื่อดัง ได้ออกมาเตือนถึงอันตรายของการทำให้ AI 'เหมือนมนุษย์' มากเกินไป
"สิ่งที่ฉลาดที่สุดในโลก อาจเป็นสิ่งที่หลงผิดที่สุดก็ได้" Harari กล่าวเปรียบเทียบว่าเครื่องบินไม่ได้บินโดยการกระพือปีกเหมือนนก ฉันใดก็ฉันนั้น AI ก็ไม่มีวันเป็นมนุษย์ การพยายามสร้างสังคมลูกผสมระหว่างมนุษย์และ AI ที่เราไม่มีประสบการณ์มาก่อน จึงจำเป็นต้องมี 'กลไกการแก้ไข' เตรียมพร้อมไว้เสมอหากเกิดความผิดพลาด