
SHORT CUT
ผลการศึกษาใหม่พบเครื่องมือ AI ของผู้ให้บริการชั้นนำหลายเจ้า สามารถสร้างภาพปลอมของ 'เจฟฟรีย์ เอปสตีน' ผู้กระทำความผิดทางเพศผู้ล่วงลับร่วมกับผู้นำโลกได้อย่างสมจริงภายในเวลาไม่กี่วินาที ตอกย้ำความเสี่ยงด้านข้อมูลเท็จและความยากในการแยกแยะภาพจริงจากภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์
ผลการศึกษาใหม่ของ 'นิวส์การ์ด' (NewsGuard) องค์กรเฝ้าระวังข้อมูลเท็จของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แสดงให้เห็นว่า เครื่องมือ AI สามารถสร้างภาพปลอมที่น่าเชื่อถือของ 'เจฟฟรีย์ เอปสตีน' นักการเงิน ผู้ต้องหาคดีล่อลวงผู้เยาว์ให้ค้าบริการทางเพศ กับผู้นำระดับโลกได้อย่างง่ายดาย หลังจากมีภาพตัดต่อจำนวนมากที่เชื่อมโยงนักการเมืองผู้มีชื่อเสียงกับ 'เอปสตีน' ผู้กระทำผิดทางเพศที่เสียชีวิตไปแล้วรายนี้แพร่กระจายบนอินเทอร์เน็ตเป็นวงกว้าง
ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพที่สร้างด้วย AI ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพของ 'เอปสตีน' กำลังสังสรรค์กับนักการเมือง อย่าง 'โซห์ราน มัมดานี' นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก และ 'มิรา แนร์' มารดา ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของรางวัลระดับโลก ตามรายงานของทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักข่าว AFP
สร้างภาพ 'เอปสตีน' ร่วมกับนักการเมือง 5 คน ได้แก่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส
ผลการศึกษาพบว่า ระบุว่า Grok Imagine ซึ่งเป็นเครื่องมือของที่พัฒนาโดย xAI ของมหาเศรษฐี 'อีลอน มัสก์' สามารถสร้างภาพปลอมของ 'เอปสตีน' กับนักการเมืองทั้ง 5 คนที่ดูสมจริงได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที รวมถึง ภาพปลอมแต่เหมือนจริงที่อ้างว่าเป็นภาพของ 'ทรัมป์' ในวัยหนุ่มกับ 'เอปสตีน' รายล้อมไปด้วยเด็กสาวจำนวนหนึ่งแม้ทั้งคู่จะเคยถ่ายภาพร่วมกันในงานสังคมหลายครั้ง แต่ไม่มีภาพใดเป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะที่แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่ถ่ายร่วมกับผู้เยาว์
การศึกษาดังกล่าว ระบุว่า Gemini ของ Google ปฏิเสธที่จะสร้างภาพของ 'เอปสตีน' ร่วมกับ 'ทรัมป์' แต่กลับผลิตภาพสมจริงของผู้กระทำผิดทางเพศผู้ล่วงลับรายนี้กับนักการเมืองอีก 4 คน คือ นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ประธานาธิบดีมาครง รวมถึง ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนและนายกรัฐมนตรีเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์แห่งสหราชอาณาจักรภาพถ่ายที่ถูกสร้างขึ้นเหล่านี้แสดงให้เห็น 'เอปสตีน' อยู่ร่วมกับนักการเมืองในงานเลี้ยง บนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และพักผ่อนอยู่ริมชายหาด
'นิวส์การ์ด' ระบุว่า ผลการค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงความง่ายดายที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถใช้เครื่องมือสร้างภาพด้วย AI เพื่อผลิตภาพปลอมที่ดูสมจริงและแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียไปอย่างรวดเร็ว และเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดภาพปลอมจึงกลายเป็นเรื่องปกติจนยากที่จะแยกแยะภาพจริงออกจากภาพที่สร้างด้วย AI
เมื่อ 'นิวส์การ์ด' ทดลองใช้ ChatGPT ของ OpenAI นั้น เครื่องมือ AI ดังกล่าวได้ปฏิเสธที่จะสร้างภาพของเอปสตีนร่วมกับนักการเมือง โดยระบุว่า ไม่สามารถสร้างภาพที่เกี่ยวข้องกับบุคคลจริงที่มีภาพลามกอนาจารของเด็ก และผู้เยาว์หรือสถานการณ์ที่ส่อถึงการล่วงละเมิดทางเพศได้
ทาง xAI ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจาก AFP ในทันที ในการตรวจสอบภาพปลอมของ 'เอปสตีน' กับมัมดานีและแนร์ ซึ่งมียอดเข้าชมหลายล้านครั้งบนแพลตฟอร์ม X นั้น นักวิจัยของนิวส์การ์ด รวมถึงทีมของ AFP ตรวจพบ 'SynthID' ลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีจุดประสงค์เพื่อใช้ระบุเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยใช้ AI ของกูเกิล
โฆษกของกูเกิล ให้ข้อมูลกับ AFP ว่า บริษัทได้ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบว่าเนื้อหาใดสร้างขึ้นด้วย Google AI ด้วยการฝังลายน้ำ SynthID ที่ไม่สามารถมองเห็นได้
การศึกษาครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ (DOJ) เผยแพร่เอกสารชุดล่าสุดที่เรียกว่า 'แฟ้มเอปสตีน' ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประกอบด้วยเอกสาร ภาพถ่ายและวิดีโอมากกว่า 3 ล้านรายการที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีของผู้กระทำผิดทางเพศรายนี้ซึ่งเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในเรือนจำของสหรัฐฯ เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา
คดีเอปสตีนโยงใยกับบุคคลสำคัญระดับโลกจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์แห่งสกราชอาณาจักรไปจนถึง 'โนม ชอมสกี' (Noam Chomsky) นักปัญญาชนชื่อดังชาวอเมริกัน และเจ้าหญิงเมตเต-มาริต มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังจุดชนวนกระแสข้อมูลเท็จจำนวนมากอีกด้วย
ในสัปดาห์นี้ มีการเผยแพร่โพสต์ปลอมในนาม 'ทรัมป์' บนสื่อสังคมออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ที่อ้างว่า จะยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั้งหมดที่เรียกเก็บจากแคนาดา หากนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเอปสตีน
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของ AFP แสดงให้เห็นว่า เอกสารที่อ้างถึงนายกรัฐมนตรีคาร์นีย์ในแฟ้มเอปสตีน ไม่ได้บ่งชี้ถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องของผู้นำแคนาดาคนปัจจุบันกับอาชญากรรมที่เอปสตีนถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
ที่มา: Channel News Asia