svasdssvasds

Gen Z คุยกับ ChatGPT วันละ 8 ครั้ง วิกฤตความเหงาของคนรุ่นใหม่ยุค AI

Gen Z คุยกับ ChatGPT วันละ 8 ครั้ง วิกฤตความเหงาของคนรุ่นใหม่ยุค AI

เจาะลึกวิกฤตความเหงา Gen Z หลังยุคโควิด สถิติเผยเยาวชนกว่า 39% หันหน้าพึ่งพา AI Chatbot เยียวยาจิตใจและเป็นเพื่อนคุย สะท้อนรอยร้าวทางสังคมและความเปราะบางที่น่ากังวล

SHORT CUT

  • Gen Z กลายเป็นกลุ่มช่วงวัยที่เหงาที่สุด ผลพวงจากโควิด-19 และวิถีชีวิตดิจิทัล ทำให้ 1 ใน 3 รู้สึกโดดเดี่ยวและหันไปพึ่งพา AI เพื่อเป็นเพื่อนคู่คิด
  • AI ดึงดูดคนรุ่นใหม่ด้วยความพร้อมใช้งานตลอด 24 ชม. และไม่มีอารมณ์หงุดหงิด แต่ขาดความจริงใจและการโต้แย้งในสิ่งที่ผิด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อทัศนคติและพฤติกรรมในระยะยาว
  • ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองมักไม่เข้าใจบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปของ Gen Z ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ จนต้องหันหน้าเข้าหาเทคโนโลยีแทนการปรึกษาคนในครอบครัว

เจาะลึกวิกฤตความเหงา Gen Z หลังยุคโควิด สถิติเผยเยาวชนกว่า 39% หันหน้าพึ่งพา AI Chatbot เยียวยาจิตใจและเป็นเพื่อนคุย สะท้อนรอยร้าวทางสังคมและความเปราะบางที่น่ากังวล

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือเรื่องราวของ เพรสลีย์ เด็กหนุ่ม Gen Z ในวัย 23 ปี ผู้ใช้ชีวิตช่วงเริ่มทำงานในรูปแบบ 'Work from Home' 

เขาเปิดเผยในสารคดี Generation Lonely ว่า ความโดดเดี่ยวจากการทำงานที่บ้านทำให้เขาสูญเสียทักษะการเข้าสังคม จนถึงจุดหนึ่งเขาต้อง 'คุยกับ ChatGPT วันละ 6-8 ครั้ง' เพื่อระบายปัญหาชีวิต

CREDIT : DocoDocumentaries/TullenProductions

"ผมหวังแค่ให้ AI เป็นเพื่อน เพราะมันคือจุดที่เข้าถึงง่ายที่สุด มันตอบสนองผมได้ทันที" เพรสลีย์กล่าว สะท้อนภาพความจริงที่น่าตกใจว่า สำหรับบางคน 'AI ได้กลายเป็นทางออกที่ง่ายกว่าการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์'

เมื่อ AI 'คุยง่ายกว่าคน'

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ ชี้ว่า Gen Z เป็นกลุ่มช่วงวัยที่รู้สึกเหงาที่สุด โดย 33% ของผู้ที่มีอายุ 16-29 ปี 'รู้สึกเหงาอยู่บ่อยครั้งหรือตลอดเวลา'

สอดคล้องกับรายงานจากองค์กรการกุศล Onside ที่พบว่า เยาวชนกว่า '39%' ใช้แชทบอตเพื่อคลายเหงา และที่น่าตกใจคือ 21% ยอมรับว่า "การคุยกับ AI ง่ายกว่าคุยกับมนุษย์"

แซม ทัลเลน ผู้สร้างสารคดีวัย 22 ปี ให้ความเห็นว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้คนรุ่นนี้เติบโตมาในโลกที่เชื่อมต่อกันด้วยดิจิทัลแต่ตัดขาดทางสังคม หลายคนใช้ AI เพื่อถมช่องว่างนั้น โดยถามคำถามในชีวิตประจำวันกับบอตเหมือนถามเพื่อน เช่น "วันนี้แต่งตัวยังไงดี" หรือ "วันนี้ทำอะไรดี"

CREDIT : Luke Jones

ดาบสองคมของ 'เพื่อนในอุดมคติ'

ดร.เจนนิเฟอร์ เคิร์นส์ นักมานุษยวิทยาสังคมจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ วิเคราะห์ว่า เสน่ห์ของ AI คือการเป็นผู้ฟังที่สมบูรณ์แบบ "พวกมันไม่ขี้หงุดหงิด ไม่ตัดสิน และพร้อมคุยกับคุณตอนตี 3 โดยไม่บ่น"

CREDIT : Jennifer Cearns

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์แบบนี้มีความเสี่ยงสูง ดร.เคิร์นส์ เตือนว่า AI มักจะมีลักษณะ 'ประจบ' คือสะท้อนสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการได้ยิน ขาดการโต้แย้งหรือตักเตือนเมื่อผู้ใช้มีความคิดที่ผิดเพี้ยน เช่น เรื่องวาจาเกลียดชังหรือทัศนคติเชิงลบ ซึ่งต่างจากเพื่อนมนุษย์ที่จะคอยตักเตือนกัน

สัญญาณเตือนถึงทักษะทางสังคมที่หายไป อดัม ฟาร์ริกเกอร์ จากองค์กร Empower Youth Zones ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เยาวชนอาจเข้าใจผิดว่า 'ข้อมูลจาก AI เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด'

และเนื่องจาก AI ขาดความฉลาดทางอารมณ์ การพึ่งพาพวกมันมากเกินไปอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

CREDIT : Empower Youth Zones

"เราสร้างโลกที่การคุยกับแชทบอตง่ายกว่าการคุยกับคน แต่ AI ไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพจากครอบครัว ครู หรือเพื่อนมนุษย์ได้"

บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญสะท้อนให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมและผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจบริบทใหม่ของ Gen Z ไม่ใช่แค่บอกให้พวกเขา 'ออกไปใช้ชีวิต' แต่ต้องเข้าใจว่าโลกที่พวกเขาอยู่นั้นแตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง

ที่มา : BBC

related