
SHORT CUT
ฟูจิฟิล์มชูนวัตกรรม AI ผสานเทคโนโลยีเอกซเรย์ ยกระดับสาธารณสุขไทย วินิจฉัยแม่นยำ ลดภาระแพทย์ ขยายโอกาสเข้าถึงการรักษาให้คนไทยทุกพื้นที่
การที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในวงการแพทย์ ไม่ใช่เพียงเทรนด์แห่งอนาคต แต่คือความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้น ทิศทางของเทคโนโลยีนี้กำลังพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทย ลดช่องว่างและเพิ่มความแม่นยำในการรักษา เรื่องนี้มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างไร
วงการสาธารณสุขระดับโลกกำลังก้าวผ่านจากการตั้งรับ (Reactive) ไปสู่การรุก (Proactive) โดยมุ่งเน้นการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early Detection) ฟูจิฟิล์มได้ดึงเอาศักยภาพของ AI เข้ามาเป็น "ผู้ช่วย" ที่ทรงพลัง เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์และนักรังสีวิทยาให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงานผู้เชี่ยวชาญ แต่เข้ามาช่วยลดภาระขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนได้มากกว่า 50% ซึ่งนับเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนบุคลากรและภาวะหมดไฟ (Burnout) ของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าได้อย่างตรงจุด
ความฉลาดของ AI วัดกันที่แหล่งที่มาของข้อมูล อัลกอริทึมของฟูจิฟิล์มให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำสูงถึง 80-90% เนื่องจากใช้ฐานข้อมูลเฉพาะภูมิภาค (Localized Data) แทนที่จะนำ AI จากทวีปอื่นมาสวมใช้กับสรีระคนเอเชียซึ่งอาจนำไปสู่ความคลาดเคลื่อน นอกจากนี้ AI ยังถูกนำไปปรับจูน (Fine-tune) ให้เข้ากับแนวปฏิบัติของแต่ละโรงพยาบาล พร้อมทั้งมีระบบช่วยจัดท่าทางผู้ป่วย (Positioning) ซึ่งช่วยลดช่องว่างด้านทักษะระหว่างนักรังสีวิทยาจบใหม่และผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ภาพถ่ายทางรังสีมีมาตรฐานและเสถียรภาพสูงสุด
แม้ AI จะล้ำสมัยเพียงใด แต่ฮาร์ดแวร์ยังคงเป็นหัวใจหลัก ฟูจิฟิล์มเปิดตัว 2 นวัตกรรมเรือธงที่ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับข้อจำกัดของสถานพยาบาลในไทยโดยเฉพาะ ได้แก่ 'FDR Visionary Suite' ระบบเอกซเรย์ดิจิทัลที่ออกแบบให้เข้าถึงพื้นที่แคบและเตียงผู้ป่วยที่อยู่ติดกันได้อย่างง่ายดาย และ 'FDR Go iQ' เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ทรงพลังสำหรับแผนกฉุกเฉิน ยิ่งไปกว่านั้น ฟูจิฟิล์มยังมีระบบเอกซเรย์พกพาขนาดจิ๋ว (Ultra Portable System) ที่สามารถสะพายขึ้นดอยเพื่อคัดกรองวัณโรคเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล โดยทุกนวัตกรรมเน้นการใช้ปริมาณรังสีต่ำ (Low Dose) แต่ใช้ AI ดึงความคมชัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย
รัชกฤช เต็มบุญศักดิ์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจทางการแพทย์และสุขภาพ ดูแลในส่วนเครื่องเอกซเรย์และไอที บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “FDR Visionary Suite คือระบบเอกซเรย์ดิจิทัลระดับไฮเอนด์ที่ให้ภาพคมชัดด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ Irradiated Side Sampling (ISS) ของฟูจิฟิล์ม โดยรุ่นอัปเกรดใหม่มาพร้อมฟีเจอร์กล้อง Live view ที่ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยและลดความเสี่ยงในการตรวจ ระบบ Motion Detection และ Last Image View จากฟีดถ่ายทอดสดช่วยลดการถ่ายภาพซ้ำ ขณะที่ระบบจัดท่าอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับการถ่ายภาพทรวงอก ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพสำหรับแผนกรังสีวิทยาที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยลดการถ่ายภาพซ้ำ ย่นระยะเวลาการตรวจ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่อาจกำลังเจ็บปวดหรือรู้สึกกังวล”
ก้าวต่อไปของฟูจิฟิล์มคือการพัฒนา AI แบบหลากหลายมิติ (Multimodal Diagnostic) ที่ผสานข้อมูลภาพถ่ายรังสี พยาธิวิทยา และพันธุกรรมเข้าด้วยกัน ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด ฟูจิฟิล์มยังคงยืนหยัดด้วยความได้เปรียบด้านความเสถียรและศูนย์วิจัยระดับโลก โดยตั้งเป้าเติบโตปีนี้ที่ 15% พร้อมมุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรม Early Detection ในประเทศไทย เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล และปลดล็อกให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม
โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟูจิฟิล์ม ยังคงเดินหน้าพันธกิจในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการผนึกกำลังกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ ด้วยการผสานพลัง AI ในทุกขั้นตอนของกระบวนการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการวินิจฉัยและการบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ ฟูจิฟิล์ม มุ่งสร้างระบบสุขภาพที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพได้มากขึ้น ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของบริษัทในการ ‘แต่งแต้มรอยยิ้มให้โลกของเรา’ ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง