
SHORT CUT
หุ้น Netflix ตกลงเกือบ 10% หลังคาดการณ์ไตรมาส 2 พลาดเป้านักวิเคราะห์ ประกอบกับโรงผู้ร่วมก่อตั้งเตรียมอำลาบอร์ด ท่ามกลางความท้าทายใหม่หลังพลาดดีลประวัติศาสตร์ WBD
Netflix กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ หลังราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักถึง 9.7% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาตลอดทั้งปี อาจทำให้ไม่มีเหตุผลให้นักลงทุนต้องถือหุ้นตัวนี้ต่อ
ปัจจัยหลักมาจากตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน แม้ว่าผลงานในไตรมาสแรกจะสามารถทำกำไรได้สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก็ตาม
ในไตรมาสที่ 1 นั้น Netflix รายงานรายได้ที่ 1.225 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 1.217 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทำกำไรต่อหุ้น ได้ถึง 1.23 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญกับแรงกดดันเมื่อประเมินถึงไตรมาสที่ 2 โดยคาดว่าจะมีรายได้ 1.257 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.264 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีกำไรต่อหุ้นเพียง 0.78 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่นักลงทุนคาดหวัง ตัวเลขเหล่านี้ได้จุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับ 'โมเมนตัมการเติบโต' ของบริษัทในระยะสั้น
นอกจากประเด็นทางการเงินแล้ว บริษัทยังได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับบริหาร
โดย Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งที่ปลุกปั้น Netflix จากยุคเช่าดีวีดีผ่านไปรษณีย์จนกลายเป็นเจ้าตลาดสตรีมมิง เตรียมจะก้าวลงจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร ในเดือนมิถุนายนนี้เมื่อหมดวาระ ซึ่งนับเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยของการบริหารงานโดยผู้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ
อีกหนึ่งประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจคือ ทิศทางของ Netflix หลังจากพลาดดีลซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery ให้กับ Paramount Skydance
แม้ว่าในตอนแรกนักลงทุนจะรู้สึกโล่งใจที่บริษัทไม่ต้องแบกรับภาระหนี้มหาศาลจากดีลดังกล่าว แต่ปัจจุบันตลาดเริ่มกลับมาตั้งคำถามว่า Netflix จะสามารถรักษาการเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยตัวเองได้อย่างไร?
โดยเฉพาะ เมื่อต้องพึ่งพาการปรับขึ้นราคาแพ็กเกจสมาชิกถึงสองครั้ง เพื่อผลักดันรายได้ส่วนเพิ่ม ท่ามกลางสมรภูมิสตรีมมิงที่ดุเดือด
ที่มา : Yahoo Finance