svasdssvasds

Peaky Blinders: The Immortal Man ลั่นกระสุนปิดตำนาน! ชายผู้เป็นอมตะ

Peaky Blinders: The Immortal Man ลั่นกระสุนปิดตำนาน! ชายผู้เป็นอมตะ

บทสรุปส่งท้าย เรื่องราวชายผู้เป็นอมตะ Peaky Blinders: The Immortal Man เมื่อมาเฟียเบอร์มิงแฮม ผู้ที่เนรเทศตัวเอง ต้องกลับมาช่วยครอบครัวครั้งสุดท้าย

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี (จุดเริ่มต้นคือปี 2013) ที่โลกได้รู้จักกับ "โธมัส เชลบี้" และครอบครัวอาชญากรแห่งเมืองเบอร์มิงแฮม ซีรีส์ Peaky Blinders เรื่องนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการโทรทัศน์อังกฤษ รวมถึงวงการซีรีส์โลก ทั้งในแง่ของสไตล์อันจัดจ้าน ไดอะล็อกที่คมคาย และความดิบเถื่อนที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะ และในวันนี้ มหากาพย์ที่สั่นสะเทือนอารมณ์ผู้ชมทั่วโลกได้เดินทางมาถึงบทสรุปที่ทุกคนรอคอย ในรูปแบบ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ความยาว 1 ชั่วโมง 52 นาที "Peaky Blinders: The Immortal Man" ผลงานการกำกับของ ทอม ฮาร์เปอร์

นี่ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ภาคต่อ แต่มันคือ 'จดหมายสั่งลา' ที่เขียนด้วยเลือด น้ำตา และเถ้าถ่านของสงคราม

จากตรอกเปื้อนเลือด สู่สมรภูมิรบระดับชาติ 

เรื่องราวของตอนจบ Peaky Blinders พาเราขยับไทม์ไลน์เข้าสู่ทศวรรษ 1940 ท่ามกลางไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กำลังแผดเผายุโรปในเวลานั้น สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและการทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงจากฝูงบินลุฟต์วัฟเฟอของเยอรมัน ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายที่ถูกทำลายราบคาบคือโรงงานยุทโธปกรณ์ BSA ในเบอร์มิงแฮม

ในขณะที่โลกภายนอกกำลังลุกเป็นไฟ ทอมมี่ เชลบี้ (Cillian Murphy) ชายผู้เคยเย่อหยิ่ง ดูดบุหรี่จัด และไร้เทียมทาน กลับเลือกที่จะปลีกตัว อำพรางตัวเองอยู่ในชนบทอันห่างไกล ร่วงโรยและเต็มไปด้วยบาดแผลทางใจ เขาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเพื่อเขียนหนังสือที่ชื่อว่า 'The Immortal Man' ทอมมี่ถูกหลอกหลอนด้วยเงาอดีต ทั้งการจากไปของ รูบี้ ลูกสาวอันเป็นที่รัก และความลับดำมืดที่เขากลบฝังไว้—การทำการุณยฆาตตัวละคร 'อาเธอร์' พี่ชายของตนเองที่จมปลักอยู่กับฝิ่นเกินขนาดเมื่อปี 1938

บทสรุปส่งท้าย  เรื่องราวชายผู้เป็นอมตะ Peaky Blinders: The Immortal Man เมื่อมาเฟียเบอร์มิงแฮม ผู้ที่เนรเทศตัวเอง ต้องกลับมาช่วยครอบครัวครั้งสุดท้าย
 

แต่ "ความสงบ" ไม่เคยเป็นของจริงสำหรับสายเลือดเชลบี้ 

เมื่อ 'ดุ๊ก' (นักแสดง แบร์รี่ คีโอแกน Barry Keoghan) ทายาทนอกสมรสที่ก้าวขึ้นมาคุมแก๊ง Peaky Blinders ด้วยความเหี้ยมเกรียมเกินร้อย ถลำเข้าไปในเกมที่ใหญ่กว่าอิทธิพลท้องถิ่น ดุ๊กเข้าไปพัวพันกับ จอห์น เบ็คเก็ตต์ สายลับนาซีแฝงตัวที่กำลังดำเนินแผนการขั้นเด็ดขาด นั่นคือการลักลอบนำ "ธนบัตรปอนด์ปลอม" จำนวนมหาศาลที่ผลิตจากค่ายกักกันเข้ามาทำลายระบบเศรษฐกิจของอังกฤษ

สถานการณ์บีบบังคับให้ทอมมี่ต้องละทิ้งความเงียบสงบ เมื่อเบ็คเก็ตต์สั่งเก็บ "อาดา" น้องสาวของเขาอย่างเลือดเย็นกลางถนน ทอมมี่จึงต้องถูกดึงกลับเข้าสู่โลกมืดแห่งเบอร์มิงแฮมที่กำลังบอบช้ำจากสงคราม เพื่อสะสางบัญชีแค้น นำไปสู่แผนการซ้อนแผนที่ลานแห่งความตายในลิเวอร์พูล การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างแก๊งอันธพาล กองกำลังนาซี และบททดสอบความจงรักภักดีของดุ๊ก

ท้ายที่สุด ทอมมี่ ผู้บาดเจ็บสาหัสจากการปะทะ ได้ตัดสินใจส่งมอบมงกุฎ "ราชาแห่งยิปซี" (Gypsy King) ให้กับดุ๊ก ด้วยการขอร้องให้ลูกชายเป็นผู้ปลิดชีพเขาเอง ทอมมี่สิ้นลมหายใจไปพร้อมกับบทเพลงรำลึกถึงสหายศึก 'In the bleak midwinter' ปิดฉากชายผู้เป็นอมตะที่เชื่อมั่นว่า ความตายคือหนทางเดียวที่จะทำให้เขาได้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวที่เขารักอีกครั้ง ทั้ง อาเธอร์, จอห์น, อาดา, ป้าพอลลี่, เกรซ และ รูบี้

บทสรุปส่งท้าย  เรื่องราวชายผู้เป็นอมตะ Peaky Blinders: The Immortal Man เมื่อมาเฟียเบอร์มิงแฮม ผู้ที่เนรเทศตัวเอง ต้องกลับมาช่วยครอบครัวครั้งสุดท้าย

เหตุผลที่ 'The Immortal Man' คือ Masterpiece จาก Netflix 

หากจะให้ถอดรหัสว่าทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงกวาดคะแนนจาก Rotten Tomatoes ไปได้สูงกว่า 90% เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้มีแง่มุมดีๆ ให้พูดถึง 

1. ยกระดับสเกลความขัดแย้งสู่มิติการเมืองและสงครามโลก
หนังฉลาดมากที่ขยายสเกลจากการแย่งชิงอาณาเขตของแก๊งอันธพาลข้างถนน (Street Gangs) ไปสู่ความตึงเครียดระดับชาติ  แผนการจารกรรม สายลับ และการแผ่ขยายอำนาจของลัทธิฟาสซิสต์นาซี ทำให้เดิมพันครั้งนี้ของทอมมี่สูง ซับซ้อน และอันตรายกว่าทุกศัตรูที่เขาเคยเผชิญ

Peaky Blinders: The Immortal Man ลั่นกระสุนปิดตำนาน! ชายผู้เป็นอมตะ

2. การดำดิ่งสู่จิตใจและผลกรรมจากอดีต

Peaky Blinders นี่ไม่ใช่แค่หนังแอ็กชันยิงกันหูดับตับไหม้ แต่ผู้กำกับพาเราเจาะลึกไปที่ "ความเปราะบาง" ของทอมมี่ เชลบี้ ชายผู้ถูกหลอกหลอนจากการสูญเสียและเส้นทางเลือดที่เขาเคยเดิน มันคือการต่อสู้เชิงจิตวิทยาระหว่างความพยายามที่จะทิ้งตัวตนเดิม กับสัญชาตญาณดิบที่สถานการณ์บีบบังคับให้เขาต้องงัดมันกลับมาใช้อีกครั้ง ฉากสารภาพความจริงหน้าร่างไร้วิญญาณของอาดาคือฉากที่ทรงพลังที่สุดฉากหนึ่งของแฟรนไชส์นี้

3. ทีมนักแสดงระดับ A-List ที่ระเบิดฟอร์มอย่างบ้าคลั่ง

Cillian Murphy กลับมาถ่ายทอดบทบาททอมมี่ได้อย่างทรงพลัง ทลายกรอบชายผู้เยือกเย็นสู่มนุษย์ที่แหลกสลาย (แม้จะไม่มีทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์แล้วก็ตาม)
Barry Keoghan ในบท "ดุ๊ก" คือไพ่ลับที่ขโมยซีนที่สุด ความบ้าคลั่ง ความขัดแย้งในใจ และการเป็นทายาทสายเลือดเชลบี้ ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
เสริมทัพด้วยความเก๋าเกมของ Tim Roth ในบทตัวร้ายสายลับนาซีที่เยือกเย็น และ Rebecca Ferguson ที่เข้ามาเติมเต็มมิติของเรื่องราวให้เข้มข้นถึงขีดสุด

4. งานภาพและดนตรีประกอบที่ยังคงลายเซ็นไว้อย่างไร้ที่ติ
แม้จะเปลี่ยนแพลตฟอร์มสู่ภาพยนตร์ แต่งานภาพที่คุมโทนความหม่นหมอง สไตล์การจัดแสงที่จัดจ้าน และที่ขาดไม่ได้คือ "ดนตรีประกอบสุดดุดัน" ที่ขัดแย้งกับยุคสมัยแต่กลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดใจ ยังคงถูกรักษาไว้ครบถ้วน มันคือการปิดฉากตำนานได้อย่างสมศักดิ์ศรี สั่นสะเทือนอารมณ์ และเป็นภาพยนตร์ที่เกิดมาเพื่อแฟนตัวยงอย่างแท้จริง

Peaky Blinders: The Immortal Man ไม่ใช่แภาพยนตร์บทสรุปชีวิตมาเฟียแห่งความรุนแรง แต่มันคือโศกนาฏกรรมชั้นดีที่พูดถึงการไถ่บาป ครอบครัว และความตายที่รอคอยทุกคนอยู่ที่ปลายทาง โธมัส เชลบี้ ได้พิสูจน์แล้วว่า บางครั้งความอมตะไม่ได้หมายถึงการมีชีวิตอยู่ตลอดไป แต่คือการถูกจดจำในฐานะตำนานที่ไม่มีวันตาย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

related