
SHORT CUT
เมื่อ เอไอ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น อาจจะไม่ได้มีแต่ข้อดีอีกต่อไป เพราะอาจมีผลเสียที่ส่งตรงถึงสมองเลยทีเดียว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในการทำงานทุกวันนี้ 'ปัญญาประดิษฐ์' หรือ เอไอ (AI) ถือเป็นหนึ่งในผู้ช่วยส่วนตัวของพนักงาน ไปจนถึงองค์กรทั้งเล็กและใหญ่หลายแห่ง ที่เข้ามาเพื่อทำให้การทำงานง่ายและเร็วขึ้น จนในบางครั้งก็ทุ่นแรงพนักงานที่เป็นมนุษย์ไปได้เยอะ แต่การใช้ 'AI' เองก็มีข้อเสียเหมือนกัน โดยเฉพาะการส่งผลต่อ 'สมอง'
งานวิจัยจากทีมนักวิทยาศาสตร์พฤติกรรมศาสตร์และพุทธิปัญญาจากสถาบันชั้นนำของโลก ทั้ง CMU, Oxford, MIT และ UCLA ได้ร่วมกันเปิดเผยผลการศึกษาที่น่าตกใจว่า การพึ่งพาเทคโนโลยี AI แม้เพียงในช่วงเวลาสั้นๆ อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองและทักษะการคิดวิเคราะห์ของมนุษย์ได้ในทันที
โดยรายละเอียดจากการทดลองระบุว่า เมื่อไม่มีผู้ช่วยที่เป็น AI กลับส่งผลให้ความมั่นใจของมนุษย์ลดน้อยลง วิธีการทดลองก็คือ ทีมนักวิจัยได้แบ่งกลุ่มอาสาสมัครออกเป็นสองกลุ่มเพื่อแก้โจทย์คณิตศาสตร์เกี่ยวกับเศษส่วน
กลุ่มแรกจะต้องแก้โจทย์ด้วยตัวเองทั้งหมด ส่วนกลุ่มที่สองจะได้รับการช่วยเหลือจาก AI ในช่วงแรก แต่พอมาถึง 3 ข้อสุดท้าย ทีมวิจัยได้นำ AI ออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้พวกเขาต้องแก้โจทย์ด้วยตัวเอง
เมื่อได้ผลลัพธ์ออกมา ทีมวิจัยมองว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก เพราะในช่วงที่กลุ่มใช้ AI แก้โจทย์ได้สำเร็จต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ถึง 20% และที่น่าตกใจมากกว่านั้นก็คือ พวกเขามีแนวโน้มที่จะถอดใจข้ามข้อสอบ สูงกว่ากลุ่มปกติถึง 2 เท่า
นักวิจัยจึงมองว่าการใช้ AI เพียงแค่ 10 นาที ก็เพียงพอที่จะทำให้มนุษย์เริ่มสร้างความพึ่งพา จนสูญเสียความสามารถในการดึงทักษะการแก้ปัญหาที่ตัวเองมีออกมาใช้
อย่างไรก็ดีงานวิจัยนี้ก็ไม่ได้บอกว่า AI อันตรายไปซะทั้งหมด เพราะว่าผลกระทบจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก โดยกลุ่มที่ขออย่างเดียวหรือผู้ที่ใช้สั่งให้ AI หาคำตอบแบบสำเร็จรูป ซึ่งเป็น 61% ของผู้ร่วมทดลอง คือกลุ่มที่สูญเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์และถอดใจมากที่สุด
แต่สำหรับกลุ่มที่ใช้เป็นแนวทาง เพียงแค่ขอคำใบ้หรือคำอธิบายเพิ่มเติม กลับไม่พบการเสื่อมถอยของสมรรถภาพทางสมอง โดยพวกเขายังคงทำคะแนนได้ดีเท่าๆ กับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ AI
นั่นหมายความว่า การพึ่งพา AI ทั้งหมด คือสิ่งที่ทำร้ายสมอง แต่การใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ยังคงเป็นประโยชน์
ผลการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้าของ MIT ที่ตรวจคลื่นสมองขณะเขียนเรียงความ พบว่าคนที่เขียนเองมีการเชื่อมต่อของเซลล์สมองสูงกว่าคนที่ใช้ AI อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ในสายงานวิชาชีพอย่าง แพทย์ หรือ พนักงานสายความรู้ ก็พบว่าคนที่ใช้ AI ช่วยทำงานเป็นประจำ จะสูญเสียทักษะในการทำงานนั้นๆ ด้วยตัวเองเมื่อไม่มีเครื่องมือช่วย
ทีมนักวิจัยทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ในปัจจุบันนี้ระบบของ AI ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นความสะดวกสบายในระยะสั้น แต่ถ้าเราใช้มันในทางที่ผิดต่อกันเป็นเวลานาน มันก็อาจจะเข้าไปกัดกร่อนทักษะพื้นฐานของมนุษย์ เช่น ความอดทน ความไปพยายาม ไปจนถึงการใช้เหตุผล ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนตั้งแต่แรกนั่นเอง
อ้างอิงข้อมูล : Fast Company