Microsoft หุ้นพุ่งแรงสุดในรอบ 18 ปี เมื่อ AI เริ่มทำกำไรได้จริง

Microsoft หุ้นพุ่งแรงสุดในรอบ 18 ปี เมื่อ AI เริ่มทำกำไรได้จริง

ตลาดหุ้นเทคฯ ฟื้นตัว นำโดย Microsoft พุ่งสุดรอบ 18 ปี หลังพิสูจน์แล้วว่า AI สร้างกำไรได้จริง ท่ามกลางความท้าทายเรื่องเงินเฟ้อที่นักลงทุนมือใหม่ต้องจับตา

SHORT CUT

  • ราคาหุ้น Microsoft พุ่งแรงเพราะพิสูจน์ได้ว่าการลงทุน AI สร้างรายได้กลับมาแล้ว ขณะที่หุ้น Meta ร่วงเพราะนักลงทุนกังวลว่าการทุ่มเงินลงทุน AI มากเกินไปอาจกระทบกำไร
  • 'หุ้นชิป' คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ตราบใดที่เทรนด์ AI ยังเติบโต ความต้องการชิปและหน่วยความจำขั้นสูงก็จะยังคงอยู่ ส่งผลให้หุ้นผู้ผลิตชิป (เช่น Micron, AMD) ได้รับอานิสงส์และฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
  • แม้หุ้นเทคโนโลยี จะมีข่าวดี แต่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงยังคงเป็นความท้าทายหลัก การลงทุนจึงต้องกระจายความเสี่ยงและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ตลาดหุ้นเทคฯ ฟื้นตัว นำโดย Microsoft พุ่งสุดรอบ 18 ปี หลังพิสูจน์แล้วว่า AI สร้างกำไรได้จริง ท่ามกลางความท้าทายเรื่องเงินเฟ้อที่นักลงทุนมือใหม่ต้องจับตา

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นำทัพโดยยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ที่ราคาหุ้นกระโดดขึ้นถึง 15.5% ทำสถิติพุ่งแรงที่สุดในรอบเกือบ 18 ปี

CREDIT : AP News

ปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนซื้อหุ้น Microsoft มาจากการประกาศผลกำไรที่สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ Azure ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เม็ดเงินมหาศาลที่บริษัทลงทุนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปนั้น 'สามารถทำกำไรได้จริง' 

โดยธุรกิจคลาวด์ Azure เติบโตถึง 43% และรายได้ Azure ทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ Microsoft ยังบริหารจัดการงบลงทุนได้ดี โดยปรับตัวเลขคาดการณ์รายจ่ายลงทุนในปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนคลายกังวล

 

ในทางกลับกัน หุ้นเทคโนโลยีก็ไม่ใช่ว่าจะขึ้นทั้งหมดเสมอไป นี่คือบทเรียนสำคัญเรื่อง 'ความคาดหวัง' หุ้นของ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram) ร่วงลง 8% แม้จะมีรายได้ดีกว่าคาด แต่กำไรกลับน้อยกว่าที่ประเมินไว้

CREDIT : REUTERS

แม้รายได้จะโต 28% แต่กำไรต่อหุ้น (EPS) กลับพลาดเป้าไปถึง 14% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและการทุ่มงบลงทุนด้าน AI ที่บริษัทประกาศปรับเพดานสูงสุดถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนกังวลว่ารายจ่ายเหล่านี้จะไปกดดันอัตรากำไร ในระยะยาว

เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ยังคงเดินหน้าลุย AI ธุรกิจที่น่าสนใจคือ 'ผู้ผลิตชิ้นส่วนและชิปคอมพิวเตอร์' หุ้นกลุ่มนี้ฟื้นตัวกลับมาอย่างร้อนแรงหลังจากร่วงลงไปก่อนหน้านี้จากความกังวลว่าราคาหุ้นอาจแพงเกินไป

  • Micron Technology : ทะยานขึ้น 18.4%
  • Lam Research : พุ่งขึ้น 18% รับผลกำไรและรายได้ทะลุเป้า
  • AMD : ปรับตัวขึ้น 13%

แม้ตลาดหุ้นจะดูสดใส แต่นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูฝั่ง 'ตลาดพันธบัตร' (Bond Market) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังทรงตัวในระดับสูงที่ 4.67% บ่งชี้ว่าตลาดยังกังวลเรื่อง เงินเฟ้อ ที่อาจลากยาว

เมื่อเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งดอกเบี้ยที่แพงขึ้นนี้เองที่เป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจและอาจทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงได้ 

ที่มา : AP NewsBBC

related