
SHORT CUT
ตลาดหุ้นเทคฯ ฟื้นตัว นำโดย Microsoft พุ่งสุดรอบ 18 ปี หลังพิสูจน์แล้วว่า AI สร้างกำไรได้จริง ท่ามกลางความท้าทายเรื่องเงินเฟ้อที่นักลงทุนมือใหม่ต้องจับตา
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นำทัพโดยยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ที่ราคาหุ้นกระโดดขึ้นถึง 15.5% ทำสถิติพุ่งแรงที่สุดในรอบเกือบ 18 ปี
ปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนซื้อหุ้น Microsoft มาจากการประกาศผลกำไรที่สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ Azure ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เม็ดเงินมหาศาลที่บริษัทลงทุนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปนั้น 'สามารถทำกำไรได้จริง'
โดยธุรกิจคลาวด์ Azure เติบโตถึง 43% และรายได้ Azure ทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ Microsoft ยังบริหารจัดการงบลงทุนได้ดี โดยปรับตัวเลขคาดการณ์รายจ่ายลงทุนในปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนคลายกังวล
ในทางกลับกัน หุ้นเทคโนโลยีก็ไม่ใช่ว่าจะขึ้นทั้งหมดเสมอไป นี่คือบทเรียนสำคัญเรื่อง 'ความคาดหวัง' หุ้นของ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram) ร่วงลง 8% แม้จะมีรายได้ดีกว่าคาด แต่กำไรกลับน้อยกว่าที่ประเมินไว้
แม้รายได้จะโต 28% แต่กำไรต่อหุ้น (EPS) กลับพลาดเป้าไปถึง 14% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและการทุ่มงบลงทุนด้าน AI ที่บริษัทประกาศปรับเพดานสูงสุดถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนกังวลว่ารายจ่ายเหล่านี้จะไปกดดันอัตรากำไร ในระยะยาว
เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ยังคงเดินหน้าลุย AI ธุรกิจที่น่าสนใจคือ 'ผู้ผลิตชิ้นส่วนและชิปคอมพิวเตอร์' หุ้นกลุ่มนี้ฟื้นตัวกลับมาอย่างร้อนแรงหลังจากร่วงลงไปก่อนหน้านี้จากความกังวลว่าราคาหุ้นอาจแพงเกินไป
แม้ตลาดหุ้นจะดูสดใส แต่นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูฝั่ง 'ตลาดพันธบัตร' (Bond Market) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังทรงตัวในระดับสูงที่ 4.67% บ่งชี้ว่าตลาดยังกังวลเรื่อง เงินเฟ้อ ที่อาจลากยาว
เมื่อเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ซึ่งดอกเบี้ยที่แพงขึ้นนี้เองที่เป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจและอาจทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงได้