
SHORT CUT
SpaceX โชว์งบ Q2 กวาดรายได้ 7.81 พันล้านเหรียญ กำไรดีขึ้น แต่หุ้นร่วง 7% หลังตลาดกังวลหนักแผนทุ่มเงินลงทุน AI ระดับหมื่นล้าน หวั่นกระทบสภาพคล่องระยะสั้น
SpaceX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ด้วยรายได้สูงถึง 7.81 พันล้านดอลลาร์ เติบโตจากปีก่อนถึง 92% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.82 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิลดลงจาก 1.01 พันล้านดอลลาร์เหลือเพียง 541 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส สะท้อนว่าธุรกิจ 'ขาดทุนน้อยลง และกำไรดีขึ้น' อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขรายได้จะออกมาเหนือความคาดหมาย แต่ราคาหุ้นหลังตลาดปิดกลับร่วงลง 7% สาเหตุหลักมาจากความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการลงทุนระยะยาว (Capex) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
จากระดับ 2.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทะยานสู่ 18.4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึงประมาณ '6 เท่า'
เม็ดเงินลงทุนกว่า 15.8 พันล้านดอลลาร์ถูกเทให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ คลาวด์ และ AI เพื่อรองรับบริการอย่าง Grok และ X subscriptions รวมถึงต่อยอดบริการ Starlink และพัฒนายานอวกาศ Starship
ทางบริษัทชี้แจงว่าการจ่ายหนักในวันนี้ เพื่อเป็นการสร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยีที่คู่แข่งยากจะตามทัน และลดต้นทุนระยะยาวในอนาคต
อย่างไรก็ตาม SpaceX ยังมีสัญญามูลค่ากว่า 14.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ Google และ Anthropic จ่ายให้ SpaceX เพื่อเช่าใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI
ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันให้นักลงทุนมั่นใจว่า 'เงินลงทุนมหาศาล' ที่บริษัทจ่ายไปนั้น มีลูกค้าบิ๊กเทคเซ็นสัญญาเช่าใช้งานรองรับอยู่แล้ว
ปัจจุบัน SpaceX ยังคงมีสายป่านที่ยาวเพียงพอ โดยจบไตรมาสด้วยเงินสดและสภาพคล่องระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมมูลค่างานที่รอส่งมอบ (Backlog) อีก 47.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ปัจจัยที่ยังต้องเฝ้าระวังคือแรงเทขายหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม หลังพ้นช่วง Lock-up ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมเป็นต้นไป
การทดสอบบินครั้งที่ 14 ของยานอวกาศ Starship ที่อาจเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่วงการอวกาศต้องจับตามอง
ก้าวต่อไปที่สำคัญที่สุดในระยะสั้นของ SpaceX คือการรอ การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าภารกิจครั้งที่ 14 พร้อมการทดสอบจับยานท่อนบนนี้ จะสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงสิ้นเดือนตามที่วางแผนไว้หรือไม่
Elon Musk ตั้งเป้าว่าจะเร่งความถี่การปล่อย Starship ให้ได้ อย่างน้อยวันละ 1 เที่ยวบิน ภายในเวลา 1 ปีข้างหน้า
ในมิติของธุรกิจ ก้าวต่อไปคือการผลักดันให้ Starship กลายเป็นพาหนะหลักที่สามารถบรรทุกดาวเทียม Starlink V3 ได้ถึง 60 ดวงต่อหนึ่งเที่ยวบิน
Starlink V3 จะเพิ่มความจุบรอดแบนด์และความหนาแน่นของข้อมูลขึ้นถึง '10 เท่า'
การทำรอบปล่อยยานได้รวดเร็วและบรรทุกได้มากขึ้น จะช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงอวกาศอย่างมหาศาล และตอกย้ำสถานะของ SpaceX ในฐานะผู้ครองโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านการขนส่งทางอวกาศและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลกอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม หุ้น SPCX ยังคงมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง สำหรับนักลงทุนสายเติบโต ที่มองภาพระยะยาว 5-10 ปี เนื่องจากบริษัทไม่ได้ขายเพียง 'กำไรในปัจจุบัน' แต่กำลังสร้าง 'โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต' ทั้งในอวกาศและวงการ AI
ในทางกลับกัน สำหรับนักลงทุนระยะสั้น SpaceX ยังคงเป็นธุรกิจมีความผันผวนสูงจากการลงทุนมหาศาลและการปลดล็อกหุ้น Lock-up
การลงทุนใน SPCX จึงเหมาะกับผู้ที่เข้าใจรอบการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสามารถรับความผันผวนของราคาในระยะสั้นได้ดี
ที่มา : Yahoo Finance, REUTERS