
ทีมนักวิทยาศาสตร์อิตาลีพัฒนาเครื่องมือสเปกโตรมิเตอร์ต้นแบบรุ่นใหม่ เตรียมทดสอบระหว่างปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่สเปน หวังปฏิวัติการศึกษาบรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์
ทีมนักวิทยาศาสตร์ในเมืองปาดัว ทางตอนเหนือของอิตาลีได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการปรับแต่งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ชิ้นใหม่ที่เชื่อว่าจะช่วยพลิกโฉมการศึกษาชั้นโคโรนา (Corona) หรือบรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ได้
เมื่อเกิดปราฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงพาดผ่านทวีปยุโรปในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ เครื่องมือวัดสเปกตรัมแบบช่องรับแสงทรงกลม (Circular Slit Spectrometer : CISS) จะเข้ารับการทดสอบครั้งสำคัญที่หอดูดาวดาราศาสตร์ Javalambre Astrophysical Observatory ในสเปน โดยนักวิจัยคาดหวังว่าเครื่องมือนี้จะสามารถแยกแสงของดวงอาทิตย์ออกเป็นช่วงความยาวคลื่นองค์ประกอบได้เร็วกว่าเครื่องมือที่มีอยู่เดิมเป็นอย่างมาก
เฟเดริโก แลนดินี (Federico Landini) หัวหน้าโครงการวิจัยจากหอดูดาวฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งตูรินของอิตาลี (Astrophysical Observatory of Turin) กล่าวว่า อุปกรณ์ดังกล่าวแตกต่างจากเครื่องวัดสเปกตรัมเชิงเส้นแบบดั้งเดิม เนื่องจากต้นแบบใหม่นี้ใช้ช่องรับแสงแบบวงกลม ทำให้สามารถบันทึกสเปกตรัมของชั้นโคโรนาทั้งหทดในระยะห่างจากศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ได้ในภาพถ่ายเดียว
แนวคิดนี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของเครื่องมือรุ่นก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการสแกนชั้นโคโรนาทีละแนว ทั้งที่โครงสร้างของชั้นบรรยากาศดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงในระดับเวลาเพียงไม่กี่นาที
หากนักวิจัยสามารถพิสูจน์ได้ว่าหลักการทางแสงของเครื่องมือใหม่นี้ใช้งานได้จริง ขั้นตอนต่อไปอาจเป็นการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในภารกิจอวกาศในอนาคต เพื่อสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงจุดนั้น สิ่งแรกที่นักวิจัยต้องทำคือการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับช่วงเวลาสั้น ๆ ของปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ซึ่งเป็นจังหวะที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าบดบังดวงอาทิตย์จนมืดมิด เปิดโอกาสให้เหล่านักวิทยาศาสตร์สามารถสังเกตการณ์ชั้นโคโรนาและทดสอบผลลัพธ์จากการทำงานที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่งได้
เปาลา ซุปเปลลา (Paola Zuppella) นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันโฟโตนิกส์และนาโนเทคโนโลยีแห่งเมืองปาดัวของอิตาลี (Institute for Photonics and Nanotechnologies of Padua) กล่าวว่า ไม่มีทั้งพื้นที่และเวลาให้เกิดข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิด พร้อมเสริมว่า ความพร้อมในการประสายงานภายในทีมมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย
เพื่อให้เดินทางไปถึงประเทศสเปนได้อย่างราบรื่น ทีมวิจัยจึงตัดสินใจเลือกเดินทางด้วยรถยนต์แทนการโดยสารเครื่องบิน เพื่อให้สามารถขนย้ายอุปกรณ์ไปได้โดยไม่ต้องถอดแยกชิ้นส่วน และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงัก
แลนดินี (Landini) กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ของเที่ยวบินที่อาจถูกยกเลิกได้ในนาทีสุดท้าย ทีมวิจัยเล็งเห็นว่าการเดินทางด้วยรถยนต์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าจะไปถึงหอดูดาวในสเปนได้จริง
สำหรับสุริยุปราคาเต็มดวงในวันพุธที่ 12 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จะสามารถมองเห็นได้จากคาบสมุทรไอบีเรีย นับตั้งแต่ปี 1912 คาดว่าจะดึงดูดผู้คนจากทั่วสเปน รวมถึง นักดูดาวและผู้สนใจจากต่างประเทศให้เดินทางมาชมปรากฏการณ์ดังกล่าว
ขณะที่องค์กรผู้พิการทางสายตาของสเปน (ONCE) ออกคำเตือนให้ใช้แว่นสำหรับดูสุริยุปราคาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง และปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดโดยได้ร่วมมือกับรัฐบาลในการแจกจ่ายแว่นดูสุริยุปราคา 2 ล้านชิ้น เพื่อให้ประชาชนรับชมสุริยุปราคาอย่างปลอดภัยและป้องกันอันตรายต่อดวงตา
ทั้งนี้ สเปนยังมีกำหนดจะได้ชมปรากฏฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้งในวันที่ 2 สิงหาคม ปี 2027 ซึ่งจะเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่มีระยะเวลายาวนานที่สุดในยุโรปตลอดศตวรรษที่ 21 ก่อนจะตามมาด้วยปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวนในเดือนมกราคม ปี 2028 ครบชุดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘สามประสานปรากฏการณ์สุริยุปราคาแห่งคาบสมุทรไอบีเรีย’ ( Iberian Eclipse Trio) ด้วย
ที่มา : reuters
ข่าวที่เกี่ยวข้อง