ยอดขายพีซี Q3/2026 ร่วง 20% เซ่นวิกฤต 'คอมแพง' คาดตลาดซบเซายาว

ยอดขายพีซี Q3/2026 ร่วง 20% เซ่นวิกฤต 'คอมแพง' คาดตลาดซบเซายาว

ตลาดพีซี Q3/2026 ยอดขายตก 20% เซ่นพิษต้นทุนชิ้นส่วนแพง ลูกค้าดึงดีมานด์ซื้อล่วงหน้าไปแล้ว IDC-Omdia คาดแนวโน้มพีซีแพงและตลาดซบเซาจะลากยาวข้ามถึงปี 2027

SHORT CUT

  • ไตรมาส 3/2026 ยอดขายพีซีลดลงกว่า 20% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่แพงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเร่งซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว
  • แม้ Top 5 จะยังเป็นแบรนด์เดิม แต่ยอดขายติดลบทุกราย โดย HP ยอดขายตกลงหนักสุดถึง 30.9% ส่วน ASUS ประคองตัวได้ดีที่สุดที่ -8.6%
  • สำนักวิจัยประเมินว่า ภาวะซบเซาของตลาดพีซีจะทวีความรุนแรงขึ้นในไตรมาส 4/2026 จากแนวโน้มราคาที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง และคาดว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อต่อไปตลอดทั้งปี 2027

ตลาดพีซี Q3/2026 ยอดขายตก 20% เซ่นพิษต้นทุนชิ้นส่วนแพง ลูกค้าดึงดีมานด์ซื้อล่วงหน้าไปแล้ว IDC-Omdia คาดแนวโน้มพีซีแพงและตลาดซบเซาจะลากยาวข้ามถึงปี 2027

ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ล่าสุดบริษัทวิจัยตลาดชั้นนำอย่าง IDC และ Omdia ได้เปิดเผยรายงานยอดขายพีซีประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2026

ยอดขายพีซี Q3/2026 ร่วง 20% เซ่นวิกฤต 'คอมแพง' คาดตลาดซบเซายาว

ซึ่งตัวเลขจากทั้งสองสำนักออกมาชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ยอดขายร่วงลงอย่างหนักถึงประมาณ 20% หรือหายไปกว่า 1 ใน 5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 (โดย IDC ประเมินว่าลดลง 20.1% ขณะที่ Omdia ให้ตัวเลขที่ 21.2%)

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตลาดพีซีชะลอตัวอย่างรุนแรง มาจาก 'ต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่แพงขึ้นมาก' ซึ่งส่งผลกระทบเป็นโดมิโนมาถึงราคาขายปลีก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยซ้อนทับจากพฤติกรรมผู้บริโภค

ยอดขายพีซี Q3/2026 ร่วง 20% เซ่นวิกฤต 'คอมแพง' คาดตลาดซบเซายาว

โดยลูกค้าจำนวนมากได้เร่งตัดสินใจซื้อพีซีเครื่องใหม่ไปตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1 และ 2 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาราคาฮาร์ดแวร์ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ความต้องการซื้อ (Demand) ที่ควรจะเกิดขึ้นตามปกติในไตรมาสที่ 3 ถูกดึงไปใช้ล่วงหน้าหมดแล้ว

สำหรับภาพรวมส่วนแบ่งการตลาดของผู้ผลิตพีซี 5 อันดับแรก (Top 5) ยังคงเป็นหน้าเดิม ได้แก่ Lenovo, HP, Dell, Apple และ ASUS ตามลำดับ ทว่าทุกแบรนด์ล้วนเผชิญกับภาวะยอดขายหดตัวถ้วนหน้า

ยอดขายพีซี Q3/2026 ร่วง 20% เซ่นวิกฤต 'คอมแพง' คาดตลาดซบเซายาว

โดยแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ HP ที่ยอดขายตกลงไปถึง -30.9% ในขณะที่แบรนด์ที่เจ็บตัวน้อยที่สุดคือ ASUS ซึ่งยอดขายลดลง -8.6% (อ้างอิงจากตัวเลขของ IDC)

'ราคาพีซีพุ่ง' บอกอะไรเราได้บ้าง?

สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์มีต้นทุนสูงขึ้นจากการก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีขั้นสูง (เช่น ชิปประมวลผล AI และสถาปัตยกรรมขนาดเล็ก)

สิ่งนี้น่าจะทำให้พฤติกรรมการอัปเกรดอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเปลี่ยนไปสู่วงจรที่ยาวนานขึ้น และผู้ผลิตอาจต้องหาจุดขายใหม่ๆ นอกเหนือจากสเปกพื้นฐาน เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น

แนวโน้มในอนาคตดูเหมือนจะยังไม่ฟื้นตัวในเร็ววัน IDC ประเมินว่าสถานการณ์ 'พีซีแพง' จะยังคงอยู่ต่อไปตลอดปี 2027 และยอดขายมีแนวโน้มจะร่วงลงอย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน Omdia ได้คาดการณ์ตัวเลขในไตรมาส 4/2026 ว่าจะยิ่งดิ่งลึกลงไปอีกที่ -24% และจะยังคงลดลงกว่าเดิมในปี 2027 ซึ่งนับเป็นความท้าทายสำคัญที่อุตสาหกรรมไอทีต้องเตรียมรับมือ

ที่มา :  OMDIA, IDC

related