svasdssvasds

ฝังชิป NFC ใต้ผิวหนัง จะทำให้การสแกนจ่ายไม่ต้องใช้บัตรอีกต่อไป

ฝังชิป NFC ใต้ผิวหนัง จะทำให้การสแกนจ่ายไม่ต้องใช้บัตรอีกต่อไป

กล้ามั้ยฝังชิป NFC ใต้ผิวหนัง แลกกับการจ่ายเงินที่รวดเร็วและไร้การสัมผัส ตอนนี้ที่อังกฤษเขาใช้งานจริงกันแล้วนะ แล้วประเทศไทยหละใช้ที่ไหนได้บ้าง

Digital life วันนี้พาบินลัดฟ้าไปที่ อังกฤษ กันค่ะจะพาไปดูนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ยุคสมัย โควิด มากๆ แต่อยู่ที่ว่า คุณ จะกล้ามั้ย นั้นก็คือการฝังชิปไว้ในร้างกายเพื่อใช้แทนการหยิบบัตรเครดิตและธนบัตร มาจ่าย คือเรื่องนี้เป็นที่สนใจขึ้นมาเพื่อทางสำนักข่าว BBC ได้รายงานว่ามีชายคนนึงอายุ 37 ปี เขาสามารถจ่ายเงินได้ด้วยการยื่นข้อมือของเขาไปที่เครื่องแสกนแบบ NFC แต่จากการสืบค้นข้อมูลแล้วชายคนนี้เขาสามารถทำแบบนี้ได้ตั้งแต่ปี 2019 แล้ว เพราะเขาเปิดเผยว่าเขาได้ตัดสินใจฝัง ไมโครชิปที่ใช้สำหรับชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส (Contactless) ลงบนข้อมือของเขา เขายังเล่าอีกนะว่าตอนที่ทำการฝังเข้าไปนั้น “เจ็บเหมือนตอนที่โดนหยิก” เราก็คงต้องมาตีความเอาเองนะว่าเจ็บขนาดไหน เพราะความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน

คราวนี้ก็เลยมีคนสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ว่ามันคืออะไรก็แน่ ก็เลยไปเจอบริษัทจากประเทศอังกฤษที่ชื่อว่า Walletmor อธิบายไว้ว่า ชิปนี้มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 กรัม และใหญ่กว่าเมล็ดข้าวเพียงเล็กน้อย ประกอบไปด้วยไมโครชิปขนาดเล็กและเสาอากาศที่ห่อหุ้มด้วยพอลิเมอร์ชีวภาพ ซึ่งเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ คล้ายกับพลาสติก ซึ่งตอนนี้ชิปจาก Walletmor ได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบ สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากฝัง และจะคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ต้องกลัวว่าชิปจะไหลไปตามส่วนใดของร่างกาย  ส่วนการใช้งานนั้นก็ใช่ว่าจะได้ทุกที่นะคะ แต่ก็คงต้องบอกว่าเป็นส่วนมากในอังกฤษนั้นสามารถใช้ได้ ส่วนบ้านเรา ก็ใช้ได้นะ แต่ยังน้อยอยู่ เพราะ Walletmor เค้าใช้เทคโนโลยี NFC ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสในสมาร์ทโฟน เช่น เอาโทรศัพท์ของเราไปแตะที่เครื่องรับก็เรียบร้อย


 

แต่ถ้าจะเอามาใช้ที่บ้านเราจริงๆอาจจะต้องคำนึงถึงระบบการใช้งานด้วย ไม่ใช่ว่าฝังชิปแล้วจะจ่ายเงินไปได้ตลอดเพราะเรากฌต้องมีการจ่ายเงิน หรือเติมเงิน หรือหักบัญชี ที่มันอาจจะยังงไม่มีโปรแกรมรองรับตรงจุดนี้ในประเทศไทย แต่ที่อังกฤษ รวมถึง หลายประเทศในยุโรปใช้เทคโนโลยีได้สบายมาก เพราะล่าสุดขมีผู้สนใจมาฝังชิปไปแล้วกว่า 500 ชิป 

 ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยนั้นก็ยังมีคำถามมากมายว่ามันจะปลอดภัยจริงๆใช่ไหมทั้งในด้านกายภาพ และ เรื่องของข้อมูล เพราลองคิดดูก็น่ากลังอยู่เหมือกันนะ ถ้าคิดในแง่ดีเราก็สามารถถ่ายโอนเงินได้ง่ายสะดวกและรวดเร็ว แต่กลับกันในแง่ร้าย โจรก็ทำได้สะดวกมากขึ้นเช่นกัน ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง In time อยู่เหมือนกันนะ ที่เพียงแค่จับมือแล้วพลิกเงินก็ไหลแล้ว อันนี้เราแค่ตั้งข้อสังเกตไว้นะ เพราทางผู้ผลิตเองเขาก็บอกว่าเขาก็ต้องคิดวิธีป้องกันที่รัดกุมและพัฒนาต่อไปเรื่อยๆเช่นกัน

แล้วคุณหละ กล้าไหม ?

เพราะเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตเรา มาอัพเดทไปพร้อมกันนะคะ