ผู้บริหารแกร็บ ย้ำทางออกปัญหาแกร็บ 3 ฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหา

ผู้บริหารแกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) ระบุการแก้ปัญหาแกร็บไบค์ หน่วยงานภาครัฐ ผู้ขับขี่ ฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหา พร้อมยอมรับยังมีการใช้รถป้ายดำบางช่วงเวลาที่รถไม่เพียงพอให้บริการ

นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด แถลงถึงความพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซต์รับจ้างสาธารณะ ภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 ที่ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ ชั้น 2 ห้อง Drawing Room 1 ว่า การให้บริการของแกร็บไบค์ปัจจุบัน ทางแกร็บอยากทำความเข้าใจกับสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่า แกร็บเป็นคู่กรณีกับผู้ขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างบางกลุ่ม ที่ก่อนหน้านี้เข้าใจว่าผู้ขับรถแกร็บแย่งอาชีพ ข้อเท็จจริงคือการพยายามผลักดันให้เกิดความร่วมมือ และสร้างความพอใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารที่ใช้บริการ ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ทางแกร็บนำเข้าสู่ระบบ รวมทั้งเจรจากับภาครัฐอย่างกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้เข้าใจรูปแบบบริการของ “แกร็บ”

ขณะที่การใช้รถป้ายดำ ในการรับส่งผู้โดยสาร นายธรินทร์ ชี้แจงว่า เป็นบางช่วงเวลาเท่านั้น เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมากที่ต้องใช้บริการ แต่รถป้ายเหลืองไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเพิ่มรถเพื่อตอบสนองความต้องการผู้ใช้บริการ ส่วนการดำเนินการดังกล่าวเป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่ากฎหมายที่ใช้บังคับต้องสร้างความพึงพอใจแก่ทุกฝ่ายหรือไม่ หากไม่ตอบสนองความพึงพอใจของทุกฝ่ายก็จะนำสู่แนวคิดที่ว่าจำเป็นต้องปรับแก้กฎหมาย เพื่อสอดคล้องกับการใช้บริการและสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุค 4.0 พร้อมเน้นย้ำทั้ง 3 ฝ่ายต้อมร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา

และ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทางแกร็บได้มีการเจรจากับหน่วยงานภาครัฐมาโดยตลอด และจะพยายามดำเนินการต่อไปเพื่อให้ได้ทางออก แต่ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อใด ซึ่งที่ผ่านมาตนยืนยันว่า แกร็บ มีการพัฒนาระบบ สามารถทำให้ผู้ใช้บริการรู้ราคาชัดเจนล่วงหน้า และมีความปลอดภัยในการใช้บริการ รวมถึงระบบด้านประกันภัย การตรวจสอบประวัติผู้ขับขี่ นอกจานี้ยังมีระบบการติดตาม จีพีเอส ของผู้ขับ ทำให้ทราบว่ามีการวิ่งรถในเส้นทาง หรือออกนอกเส้นทาง ขณะที่ผู้ขับที่เข้าสู่ระบบของ “แกร็บ” นอกจากดูแลการจัดหาลูกค้าแล้ว ยังทำให้เกิดรายได้ที่น่าพอใจ อีกทั้งยังมีการพัฒนาศักยภาพผู้ขับ ทั้งอบรมภาษาต่างประเทศ เนื่องจากลูกค้าปัจจุบันประมาณร้อยละ 20 เป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งการฝึกทักษะใช้แอพพลิเคชั่นที่ทำให้เกิดความสะดวกต่อผู้ขับรถอีกด้วย

“โดยแต่ละเดือนมีผู้ใช้บริการแกร็บผ่านแอพพลิเคชั่นประมาณ 700,000 ราย ส่วนกรณีการชุมนุมหน้าบริษัทนั้น ยืนยันแกร็บยังให้บริการปกติ แต่แจ้งผู้ขับรถที่เป็นสมาชิกหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง รวมทั้งปฏิเสธข่าวที่ระบุว่ากรณีนำรถป้ายดำและถูกตำรวจจับมีการจ่ายค่าใบสั่งให้นั้น ยืนยันว่าไม่นโยบายดังกล่าว” นายธรินทร์ กล่าว