การบินไทย เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ขาดทุนกว่า 3,686 ล้านบาท โดยอ้างสารพัดหลายปัจจัยกระหน่ำ ทั้งค่าน้ำมัน ภัยธรรมชาติทั้งพายุ แผ่นดินไหว การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนจากอุบัติเหตุทางทะเลที่ภูเก็ต

อ่วมการบินไทยขาดทุน 3.6 พันล้าน

วานนี้ ( 8 พ.ย. ) บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 / 2561 ว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย ขาดทุนกว่า 3,934 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 300 ล้านบาท โดยสาเหตุ มาจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น นับจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึง 5,259 ล้านบาท หรือ 11.3% เป็นค่าน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น 3,499 ล้านบาท หรือ 29.4% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ไม่รวมค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 1,862 ล้านบาทหรือ 5.5% อาทิ ค่าซ่อมแซม ,ซ่อมบำรุงอากาศยาน ,ค่าเช่าเครื่องบิน และค่าอะไหล่ที่เพิ่มขึ้น

ในขณะที่มีรายได้รวม ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีเพิ่มขึ้น 1,025 ล้านบาท หรือ 2.2% จากรายได้ค่าโดยสาร และ น้ำหนักส่วนเกิน เพิ่มขึ้น 304 บาทล้านบาท หรือ 0.8% จากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น รายได้จากค่าระวางขนส่ง และไปรษณีย์ภัณฑ์ เพิ่มขึ้น 561 ล้านบาท หรือ 10.9% และรายได้จากการให้บริการอื่นๆ เพิ่มขึ้น 360 ล้านบาท หรือ 12.3% ส่งผลให้ ไตรมาส 3/2561 บริษัท และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 3,686 ล้านบาท ขาดทุนมากกว่าปีก่อน 1,872 ล้านบาท หรือ 103.2% เป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 3,701 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 1.70 บาท ขาดทุนมากกว่าปีก่อน 0.86 บาทหรือ 102.4%

ทั้งนี้ การบินไทย ระบุว่า ปกติในไตรมาส 3 ถือช่วงโลวซีซั่น แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินยังคงรุนแรง ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่สูงกว่าช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้ความต้องการเดินทางลดลง และต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเกิดภัยธรรมชาติหลายครั้งเช่น พายุไต้ฝุ่นเซบี แผ่นดินไหวบนเกาะฮอกไกโด พายุไต้ฝุ่นมังคุด ทำให้บริษัทฯ ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนหนึ่ง ประกอบกับการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน จึงมีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวค่อนข้างมากตามที่กล่าวไว้ข้างต้น