เศรษฐกิจ

ตู่ดิจิทัล โพสต์เรียกประชุมด่วนแก้ราคาปาล์ม-ยางตก ก่อนนำเข้าครม. 20 พ.ย.นี้

นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนผู้เกี่ยวข้องเพื่อหารือเรื่องราคายางพารา และราคาปาล์มตกต่ำ เบื้องต้นได้มาตรการการช่วยเหลือแล้ว โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมครม. อนุมัติในวันนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ส่วนตัว “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ระบุว่า ช่วงบายวานนี้ ( 19 พ.ย.) ตนได้เรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ปาล์ม โดยมีมาตรการให้ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า และผสมดีเซลทำ B20 ส่วนการไขปัญหายางพารา เบื้องต้นจะมีโครงการพัฒนาอาชีพ คนละไม่เกิน 10-15 ไร่ ลดปริมาณการผลิต ชะลอการกรีด ส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ ซึ่งในวันนี้ (20 พ.ย.) จะเร่งนำเข้าที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณา

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มาตรการที่จะนำเข้าครม. ประกอบด้วย อาทิ โครงการเร่งด่วนพัฒนาอาชีพเกษตรกรเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน โครงการลดการผลิตโดยการลดพื้นที่ปลูกยาง เพื่อเป็นแรงจูงใจให้โค่นต้นยางเก่าที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป การปลูกพืชอื่นโดยรัฐสนับสนุนงบ และไม้ส่งออกโรงงานแปรรูป พร้อมเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการงดกรีดยาง 1-2 เดือน ลดผลผลิตในตลาด ทั้งนี้หากเกษตรกร 80% จาก 1.4 ล้านครัวเรือนไม่กรีดยางจะช่วยลดปริมาณยางได้ 4-5 แสนตันต่อเดือน ซึ่งรัฐจะชดเชยรายได้ที่หายไป

ปัจจุบันยางพาราของไทยมีปริมาณ 4.5 ล้านตัน โดยปี 2560 พื้นที่ปลูก 20.32 ล้านไร่ สูงที่สุดใน 6 ประเทศกลุ่มผู้ปลูกรายใหญ่ ในขณะที่ราคายางพาราในตลาดโลกลดลงเรื่อย ๆ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกราคาลดต่ำลง ทำให้มีการใช้ยางสังเคราะห์เพิ่มขึ้น

ในวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบคำถามแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติดอาชญากร และกรณีข้อเรียกร้องให้เพิ่มบทลงโทษหนักเหมือนช่วง 10-30 ปีก่อน ว่า แนวทางแก้ปัญหาจาก รากเหง้าของปัญหา คือ เรื่องปากท้อง และความอบอุ่นในครอบครัว

ดังนั้น จึงต้องแก้ที่ต้นตอของปัญหา ทำให้ทุกครัวเรือนของไทย “อยู่ดี มีสุข” รายได้พอเลี้ยงครอบครัว มีการศึกษาที่ดี จึงเป็นที่มาของนโยบายต่าง ๆ เพื่อผู้มีรายได้น้อย อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การขจัดหนี้นอกระบบ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการลงโทษที่เด็ดขาดรุนแรงเป็นเพียงมาตรการ “ปลายเหตุ” ไม่ใช้การป้องกันแต่เป็นการแก้ไข”