ศึกชิงบัลลังก์ทำเนียบขาวผลวิจัยเผยหาก‘โจไบเดน’ ชนะ จะช่วยหนุนส่งออกไทย

02 พ.ย. 2563 เวลา 10:43 น.

ทั่วโลกกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิดกับการเลือกตั้งของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ว่าใครจะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป ซึ่งจะมีผลอย่างมากกับเศรษฐกิจทั่วโลก ไทยก็เช่นกันที่จะได้รับผลจากตรงนี้ ล่าสุดมีผลวิจัยออกมาว่าหาก‘โจไบเดน’ ชนะ จะช่วยหนุนส่งออกไทย

นาทีนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าทั่วโลกกำลังจับตามองการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพราะจะมีผลกระทบ และส่วนได้ส่วนเสียกับเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของประชุมคมโลกแน่นอน เพราะอเมริกายังคงเป็นประเทศผู้นำเบอร์หนึ่งในหลายด้านของโลก ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือเรื่องการส่งออกเพราะหลายประเทศก็หวังพึ่งอเมริกาเพราะเป็นตลาดใหญ่เนื่องด้วยมีจำนวนประชากรในประเทศ และประชากรแผงจำนวนมาก

ต่อมา คือเรื่องตลาดเงิน ตลาดทุน หากเศรษฐกิจอเมริกาทรุด หรือมีนโยบายอะไรออกมาใหม่ ๆ จะส่งผลกระทบต่อตลาดเงิน ตลาดทุน ไปทั่วโลกทันที นอกจากนี้ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่น ๆ ทั่วโลกด้วยที่ยังคงต้องอิงหลาย ๆอย่างจากอเมริกา ถึงตอนนี้ก็ใกล้เลือกตั้งเข้ามาทุกทีทำให้ทั่วโลกต้องจับตามองว่าใครจะช่วงชิงบัลลังก์ในทำเนียบขาวได้ และคนนั้นจะมีผลอย่างไรกับเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะไทยประเทศเล็กๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียแน่นอน ล่าสุดมีหลายผลวิจัยออกมาประเมินในเรื่องนี้แล้ว

หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ได้ออกมาประเมินว่าหาก ‘โจ ไบเดน’ เป็นผู้ชนะเลือกตั้งจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2564 โตเกิน 3% และจะทำให้การส่งออกไทยไปอเมริกาได้อานิสงส์ขยายตัว 10-12% ซึ่งในขณะนี้ โจ ไบเดน ก็มีคะแนนนิยมสูงมากกจึงทำให้มองว่ามีโอกาสที่ได้เป็นผู้นำคนใหม่ และเชื่อว่าจะนำพาเศรษฐกิจอเมริกา ปี 2564 กลับมาฟื้นตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% เป็นผลจากการเพิ่มงบประมาณรายจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน

ทั้งนี้หากวิเคราะห์ผลต่อภาคเศรษฐกิจไทยในปี 2564 หากโจไบเดน ได้เป็นผู้นำคนใหม่จริงคาดว่าเศรษฐกิจอเมริกาจะขยายตัว ส่งผลต่อความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นโอกาสดีสินค้าส่งออกหลักของไทยไปอเมริกา เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลแปรรูป อาจทำให้ส่งออกของไทยไปอเมริกา ปี 2564 มีโอกาสขยายตัวได้ดี 10-12%  หรือมีมูลค่าส่งออกราว 36,700-37,300 ล้านดอลลาร์ต่อปี ดีขึ้นจากปี 2563 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 6.4%

อีกฟากหากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง โดยมีการประเมินว่า เศรษฐกิจอเมริกาจะเติบโตน้อยกว่าระดับ 2% เนื่องจากยังมีความเสี่ยงในกรณีที่เขาไม่สามารถผลักดันนโยบายหรือแผนงานให้ผ่านสภาคองเกรสและนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผลที่ส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจจริงและการจ้างงานเป็นไปอย่างจำกัด ขณะเดียวกันมองว่าทรัมป์ได้บริหารงานในสมัยที่ 2 อาจยิ่งทวีแรงกดดันจากข้อพิพาททางการเมืองระหว่างประเทศต่อเนื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจต่ออเมริกาในภาพรวม

อย่างไรก็ตามหากทรัมป์ได้เป็นผู้นำ แต่ไม่ได้สิทธิ์ในการบริหารงานผ่านเสียงข้างมากในแต่ละสภา การส่งออกของไทยอาจเติบโตต่ำกว่า 5.0% หรือมูลค่าส่งออกราว 35,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพราะสินค้าส่วนใหญ่เติบโตได้ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยที่ยังไม่จำเป็นต่อการบริโภค 

ไม่เพียงเท่านี้ยังมีการประเมินเรื่องตลาดเงินตลาดทุนระยะสั้นคาดวว่า เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การเมืองอเมริกาหลังการเลือกตั้งยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งคลี่คลาย คาดว่าเงินดอลลาร์อาจกลับไปอ่อนค่า เนื่องจากดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อยู่ในระดับต่ำ อาจเจอแรงกดดันด้านอ่อนค่ามากขึ้นในกรณีที่ไบเดนชนะการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผลจากการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจเชิงกระตุ้นของพรรคเดโมแครต ทำให้ปัญหาการขาดดุลการคลังของสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสกลับไปแข็งค่า โดยเฉพาะถ้าปัจจัยการเมืองในประเทศทยอยคลี่คลายลงในระยะถัดไป

 

ทั่วโลกกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิดกับการเลือกตั้งของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ว่าใครจะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป ซึ่งจะมีผลอย่างมากกับเศรษฐกิจทั่วโลก ไทยก็เช่นกันที่จะได้รับผลจากตรงนี้ ล่าสุดมีผลวิจัยออกมาว่าหาก‘โจไบเดน’ ชนะ จะช่วยหนุนส่งออกไทย

Lazada 11.11 พบสินค้าราคาพิเศษมากมายเพียง 11 บาท ส่งฟรีทั่วไทย