สรุป 5 ประเด็นสำคัญ ประชุมสุดยอดทรัมป์-ปูติน

การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯและรัสเซีย เผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะนายโดนัลด์ ทรัมป์​ ดูจะปกป้องรัฐบาลรัสเซียในหลายเรื่อง โดยเราสรุปใจความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ได้ 5 ประเด็นด้วยกัน

รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

ประเด็นแรก คือข้อกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ยืนกรานอีกครั้งว่า ว่ารัฐบาลรัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ว่าสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯระบุว่า มีหลักฐานว่ารัสเซียเจาะเข้าระบบอีเมลของพรรคเดโมแครต และเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้ทีมหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์

นายทรัมป์ ดูเหมือนจะโอนอ่อนตามคำพูดของผู้นำรัสเซีย โดยระบุว่า ในเมื่อประธานาธิบดีปูตินบอกว่า รัสเซียไม่ได้ทำ เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อเป็นอื่น ส่งผลให้พรรคเดโมแครต และสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนไม่พอใจอย่างมาก เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษสหรัฐฯ พึ่งตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับชาวรัสเซียไป 12 คน ไม่เพียงเท่านั้น นายทรัมป์ยังยินดีต่อข้อเสนอของนายปูติน ให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯสอบปากคำผู้ต้องสงสัยชาวรัสเซียแบบอ้อม ด้วยการส่งข้อซักถามให้ทางการรัสเซีย

ความสัมพันธ์ร้าวฉาน

ประเด็นที่สองคือความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและรัสเซีย นายทรัมป์ประกาศระหว่างการแถลงข่าวร่วมว่า การประชุมสุดยอดกับนายปูตินครั้งนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น จากเดิมที่ความสัมพันธ์เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่จากนี้ไป ความสัมพันธ์จะดีขึ้น ขณะที่ผู้นำรัสเซียชื่นชมบรรยากาศการประชุมที่ตรงไปตรงมาและเป็นเชิงธุรกิจกับนายทรัมป์ ถือว่าเป็นการประชุมที่ประสบความสำเร็จ


การปลดอาวุธนิวเคลียร์

ในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์นั้น นายทรัมป์เคยระบุว่า ต้องการแก้ปัญหาการแข่งขันพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯและรัสเซีย แต่การประชุมสุดยอดกับนายปูติน ยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องนี้ โดยผู้นำรัสเซียระบุว่า สหรัฐฯและรัสเซียจำเป็นต้องทำงานร่วมกันในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการกลับเข้าสู่สนธิสัญญาว่าด้วยการจำกัดปริมาณขีปนาวุธระยะไกลและระยะกลาง ที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นพ้องว่า การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นความท้าทายใหญ่ของมนุษยชาติ พร้อมอ้างความสำเร็จของสหรัฐฯ ที่ผลักดันให้ผู้นำเกาหลีเหนือ เข้าสู่โต๊ะเจรจาได้

สงครามกลางเมืองซีเรีย

อีกประเด็นหารือสำคัญ คือการแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองในซีเรีย…สำนักข่าวเอเอฟพีวิเคราะห์ว่า นายทรัมป์และปูติน ดูเหมือนจะบรรลุกรอบความร่วมมือในประเด็นนี้ รวมถึงอิสราเอลเพื่อสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงในซีเรีย โดยรัฐบาลสหรัฐฯอาจพร้อมถอนข้อเรียกร้องให้รัสเซีย กดดันประธานาธิบดีซีเรียให้ลงจากอำนาจ อย่างไรก็ดี แม้นายปูตินยืนยันสนใจในแนวทางนี้และพร้อมทำตาม แต่ผู้นำสหรัฐฯและรัสเซีย ไม่ได้ลงรายละเอียดว่า มาตรการต่อไปจะเป็นอย่างไร

ฟุตบอลโลก

สุดท้ายที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือ การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปีนี้ของรัสเซีย…นายโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความยินดีกับประธานาธิบดีปูติน ต่อการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้นำรัสเซียตอบกลับว่า เขาจะมอบลูกฟุตบอลให้นายทรัมป์ เพราะสหรัฐฯเองก็อาจต้องเตรียมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2026 ด้วย…นายทรัมป์ตอบว่า เขาเองก็หวังว่า สหรัฐฯจะช่วงชิงตำแหน่งเจ้าภาพในปี 2026 มาได้ ส่วนลูกบอลที่ปูตินมอบให้เป็นของขวัญ เขาก็จะนำไปให้หลานชายวัย 12 ปีของเขา

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นี่คือ 5 ประเด็นหลักที่สองผู้นำหารือกัน แต่กลับไม่มีสองประเด็นสำคัญที่ยุโรปและชาติพันธมิตรเฝ้ารอดุผลการหารือ นั่นก็คือ กรณีที่รัสเซียเผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนมาเป็นของรัสเซียในปี 2014 และ การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย