เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียแถลงข้อมูลที่ได้จากกล่องดำของเครื่องบินไลออนแอร์ที่ตกในทะเลชวา พบว่าสี่เที่ยวบินสุดท้ายของเครื่องบินลำดังกล่าวเกิดปัญหาขัดข้องที่เครื่องวัดความเร็วอากาศ

กล่องดำชี้เครื่องบินไลอ้อนแอร์ที่ตกเคยขัดข้องมาแล้วถึง 4 เที่ยวบิน [คลิป]

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเปิดเผยว่า จากข้อมูลกล่องดำที่พบชี้ว่า เครื่องบินของสายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่เจที 610 ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกเมื่อสัปดาห์ก่อน เกิดปัญหาขัดข้องที่เครื่องวัดความเร็วอากาศในสี่เที่ยวบินสุดท้ายก่อนตก ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการทราบคำตอบว่าเพราะเหตุใด เครื่องบินลำดังกล่าวถึงได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินได้อยู่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยมาแล้วก่อนหน้านี้ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกอย่างแน่ชัด ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่า ปัญหาเครื่องวัดความเร็วอากาศเสียเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกหรือไม่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหากล่องดำอีกหนึ่งกล่อง ซึ่งเป็นตัวบันทึกเสียงในห้องนักบิน เพื่อนำมาใช้ประกอบการหาสาเหตุการตก

รายงานระบุว่า เครื่องวัดความเร็วอากาศจะใช้มาตรวัดจากอุปกรณ์ที่เรียกว่า “ไพลอททูบส์” (pilot tubes) ซึ่งจะเก็บข้อมูลแรงดันตรงปีกหรือด้านหน้าของตัวเครื่อง โดยเมื่อปี 2009 เครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินแอร์ฟรานซ์ประสบอุบัติเหตุตกนอกชายฝั่งบราซิล โดยพบว่าสาเหตุเกิดมาจากตัวไพลอททูบส์เกิดอุดตัน และเป็นสาเหตุทำให้นักบินสูญเสียการควบคุมเครื่อง อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของไลออนแอร์นั้นต้องมีการตรวจสอบต่อไป เพราะถ้าหากพบว่า สาเหตุสำคัญคือเครื่องวัดความเร็วอากาศเสียจริง ก็ต้องหาคำตอบต่อไปว่าเสียเพราะเหตุใด เกิดจากการออกแบบที่ไม่ดีหรือการบำรุงรักษาที่ไม่ดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่พบผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินลำดังกล่าวที่ตกลงในทะเลชวา แต่ครอบครัวของผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมดยังคงเฝ้ารอรับศพบุคคลอันเป็นที่รักเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่นับจนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่พบเพียงชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์เท่านั้น และมีการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยืนยันเหยื่อได้เพียง 14 ราย