Breaking ข่าว

ตาค้าง! เปิดทีมรัฐบาล “โดนัลด์ ทรัมป์” พบ “มหาเศรษฐี” พรึ่บ

วันที่ 5 ธ.ค. 59 – นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเข้าพิธีสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. 2560 ได้เริ่มฟอร์มทีมรัฐบาลแล้ว ซึ่งเมื่อเห็นหน้าค่าตาว่าที่รัฐมนตรีแล้ว ถึงกับต้องตาค้าง เมื่อทีมรัฐมนตรีล้วนแต่เป็นเพื่อนนักธุรกิจมหาเศรษฐีของนายทรัมป์ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ ตำแหน่งสำคัญอย่าง “รัฐมนตรีพาณิชย์” นั้น นายทรัมป์ได้เลือก นายวิลเบอร์ รอส มาดำรงตำแหน่ง โดยนายรอสเป็นมหาเศรษฐีนักลงทุนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็ก, ถ่านหิน, น้ำมัน, สิ่งทอ, สื่อสาร, ธนาคาร และโด่งดังมากในเรื่องความสามารถในการฟื้นธุรกิจที่กำลังจะล้มละลายให้กลับมามีกำไร

ด้าน “รัฐมนตรีคลัง” คือ นายสตีเฟน มูซิน ซึ่งเป็นผู้บริหารคนที่ 3 จากโกลด์แมน แซคส์ ที่ก้าวขึ้นถึงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง โดยโกลด์แมน แซคส์ นั้น เป็นบริษัทด้านการเงินการลงทุน ที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนมากที่สุดแห่งหนึ่งในวอลล์สตรีท มีทรัพย์สินรวม 861 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีรายได้สุทธิเมื่อปีที่แล้วมากถึง 39.2 พันล้านสหรัฐฯ

ขณะที่ “รัฐมนตรีต่างประเทศ” คือ นายมิตต์ รอมนีย์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐีและเป็นไม้เบื่อไม้เมาในช่วงที่นายทรัมป์กำลังหาเสียง

ส่วน “รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา” คือ นางเบตซีย์ ดีวอส มหาเศรษฐีนักธุรกิจหญิง ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการศึกษา

ทั้งนี้ การที่รัฐมนตรีในรัฐบาลของนายทรัมป์ ล้วนเป็นมหาเศรษฐีและมีธุรกิจมากมาย รวมถึงตัวของนายทรัมป์เอง ที่มีธุรกิจมากมายหลายแสนล้านบาท ทำให้เกิดความกังวลถึงผลประโยชน์ทับซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่นายทรัมป์และรัฐมนตรีของเขาดำรงตำแหน่งทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์เตรียมแถลงถึงการไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจใด ๆ ระหว่างเป็นประธานาธิบดี ในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ โดยทีมรัฐมนตรีมหาเศรษฐีของเขาก็ยืนยันเช่นกันว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจ เพื่อป้องกันข้อครหา อาทิ นายวิลเบอร์ รอสส์ ว่าที่รัฐมนตรีพาณิชย์ ที่ระบุชัดเจนกับ CNN Money ว่า จะลาออกจากตำแหน่งบริหารของทุกบริษัท

ขณะที่ องค์กรด้านกฎหมายและองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำหน้าที่จับตาการทำงานของรัฐบาล ระบุว่า เป็นการยากมากที่ตัวนายทรัมป์และเพื่อนมหาเศรษฐีรัฐมนตรี จะมีความชัดเจนในเรื่องการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะไม่มีใครรู้เบื้องลึกถึงความซับซ้อนความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการเงินของเหล่าบรรดารัฐมนตรีกับธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดที่มหาเศรษฐีเหล่านี้ถือครองอยู่

ครั้นเมื่อมีการสอบถามถึงรายละเอียด มหาเศรษฐีเหล่านี้ล้วนให้คำตอบไม่ชัดเจนเช่น นายมูชินและนายรอสที่มีความสนิทสนมกับสถาบันการเงิน และนางดีวอสที่มีหุ้นส่วนอยู่ในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง

ในทางกฎหมายสหรัฐฯ นั้น ไม่ได้มีตัวบทกฎหมายข้อใดที่ระบุให้ผู้รับตำแหน่งประธานาธิบดีหรือรัฐมนตรีต้องสะสางทรัพย์สิน รวมถึงกิจการของตนให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับตำแหน่ง

แต่ในทางปฏิบัติ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงรัฐมนตรีคนก่อน ๆ ที่มีกิจการเป็นของตัวเอง จะกันกิจการของตัวเองออกไปในช่วงที่บริหารประเทศ เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อาทิ นางเพนนี พริตซ์เคอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของโรงแรมเครือไฮแอท และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์คนปัจจุบันของรัฐบาลโอบามา เธอต้องลาออกจากผู้บริหารโรงแรมและต้องแสดงความชัดเจนว่า ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างงานการเมืองและธุรกิจของเธอ