svasdssvasds

แก้โลกร้อนได้ ต้องใช้เงินนำทาง! สรุปข้อเสนอ 10 นโยบายใช้เงินแก้โลกรวน

แก้โลกร้อนได้ ต้องใช้เงินนำทาง! สรุปข้อเสนอ 10 นโยบายใช้เงินแก้โลกรวน

จะแก้โลกร้อนได้ ปรับตัวเองอย่างเดียวไม่พอ เงินต้องถึงด้วย! เครือข่ายการเงินเพื่อรับมือโลกรวน CFNT ยื่น 10 ข้อเสนอถึงรัฐบาลชุดใหม่ ใช้เงินแก้โลกร้อนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

“ในประเทศไทย นโยบายสิ่งแวดล้อมมักไม่ค่อยได้รับความสำคัญจากภาครัฐเท่านโยบายด้านอื่น ๆ โดยภาครัฐมักเน้นใช้มาตรการสมัครใจภาคเอกชน แต่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกจำเป็นต้องมีการวางมาตรฐานขั้นต่ำผ่านนโยบายภาคบังคับ เพื่อทำให้ต้นทุนภายนอกถูกคำนวณเป็นต้นทุนในการทำธุรกิจและสร้างสนามแข่งขันใหม่ทางธุรกิจที่เท่าเทียมกัน” สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือโลกรวน (CFNT) กล่าว

เมื่อพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็คือส่วนหนึ่งที่สามารถเริ่มทำได้เลย แต่โลกร้อนที่ยังคงดำเนินต่อไป ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือ ‘เงิน’ ที่จะสามารถนำไปแก้ไข บรรเทาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้

ภาวะโลกรวน กำลังสร้างความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน อาทิ ผลกระทบจากความร้อนสูงต่อสุขภาพของแรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ความเสียหายจากอุทกภัย ภาวะน้ำแล้ง และการกัดเซาะชายฝั่ง

น้ำท่วมหาดใหญ่ Cr.REUTERS

รวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่รายงาน Thai Country Climate and Development Report ของธนาคารโลก ประเมินว่า GDP ของไทยมีแนวโน้มจะลดลง 7-14% ภายในปี 2050 หากไม่มีการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อโลกรวนอย่างทันท่วงทีและเพียงพอ

ซึ่งจากความรุนแรงข้างต้นนี้เอง เครือข่ายการเงินรับมือภาวะโลกรวน CFNT (Climate Finance Network Thailand) และ แนวร่วมทางการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย FFT (Fair Finance Thailand) มองว่า นโยบายการเงินเพื่อรับมือโลกรวน ควรได้รับการบรรจุเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นภายหลังเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

และนี่คือข้อเสนอแนวทางนโยบายด้านการเงินรับมือโลกรวน 10 ข้อ เพื่อแก้ปัญหาที่สำคัญ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

ปัญหาประการที่ 1 : การลงทุนด้านการปรับตัวรับมือภาวะโลกรวนในทย ยังไม่เพียงพอและทันท่วงที และแผน NDC 3.0 ยังไม่ระบุหลักปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม

ข้อมูลจาก Thailand Climate Tracker ของ CFNT พบว่า ประเทศไทยเผชิญช่องว่างทางการเงินขนาดใหญ่ในการลงทุนเพื่อปรับตัวรับมือภาวะโลกรวน โดยระหว่างปี พ.ศ.2563-2567 มีการลงทุนด้านการปรับตัวเพื่อรับมือภาวะโลกรวนเพียง 148,096 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 29,619 ล้านบาท/ปี ซึ่งคิดเป็นเพียง 15-18% ของเงินทุนที่จำเป็นต้องใช้ในการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนต่อปีตามการคาดการณ์

นอกจากนี้แผน NDC 3.0 ของไทยที่ระบุถึง “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” เป็นครั้งแรก แต่กลับไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าจะทำได้อย่างไรในทางปฏิบัติ

ดังนั้น CFNT และ FFT มีข้อเสนอด้านนโยบาย 3 ข้อเพื่อแก้ปมปัญหาดังกล่าว

1.กำหนดเกณฑ์กองทุนภูมิอากาศใน พ.ร.บ. ความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ พ.ศ… โดยให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของกลุ่มเปราะบาง ตามหลักการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม

แก้โลกร้อนได้ ต้องใช้เงินนำทาง! สรุปข้อเสนอ 10 นโยบายใช้เงินแก้โลกรวน

2.จัดอันดับความสำคัญของการลงทุนด้านการลดก๊าซเรือนกระจกโดยรัฐ ตามหลักความคุ้มค่าการลงทุน เช่น ต้นทุนการลดก๊าซเรือนกระจกต่อตันคาร์บอนเทียบเท่า และกำหนดเกณฑ์สนับสนุนการลงทุน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ตามคำแนะนำของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์

3.สนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เพื่อรับมือกับโลกรวนโดยเฉพาะด้านการปรับตัวต่อโลกรวนและการชดเชยความเสียหาย อาทิ ตราสารหนี้ภัยพิบัติ

ปัญหาประการที่ 2: สถาบันการเงินจำนวนมากยังให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โรงไฟฟ้าฟอสซิล และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ เนื่องจากสัญญาซื้อขายพลังงาน (Power Purchase Agreement: PPA) ของโรงไฟฟ้าเอกชนและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดใหญ่กับ กฟผ. เป็นสัญญาระยะยาวแบบไม่ใช้ก็ต้องจ่ายทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟฟ้าสูงเกินจริงตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา

อีกทั้งยังสร้างแรงดึงดูดทางการเงินที่ยากจะปฏิเสธต่อสถาบันการเงิน ดังนั้น CFNT และ FFT มีข้อเสนอด้านนโยบาย 4 ข้อเพื่อแก้ปมปัญหาดังกล่าว

4.เร่งออก พ.ร.บ. ความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ พ.ศ… และประกาศใช้กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับกับภาคพลังงาน ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด

แก้โลกร้อนได้ ต้องใช้เงินนำทาง! สรุปข้อเสนอ 10 นโยบายใช้เงินแก้โลกรวน

5.ประกาศให้โรงไฟฟ้าถ่านหินต้องปลดระวาง ภายใน พ.ศ. 2578 (หรือ ค.ศ. 2035) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในแผน NDC 3.0

6.นำเกณฑ์ Do No Significant Harm ใน EU Taxonomy มาใช้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน Thailand Taxonomy ให้ครบถ้วน อาทิ จัดทำรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศตลอดสายน้ำ

7.ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องกำหนดให้ธนาคารทุกแห่งจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านสำหรับพอร์ตสินเชื่อและพอร์ตลงทุนในภาคพลังงาน

ปัญหาประการที่ 3: โครงการพลังงานหมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency: EE) โดยเฉพาะโครงการระดับชุมชนและครัวเรือน ยังต้องการกลไกสนับสนุนทางการเงิน

งานวิจัย ‘ใช้พลังมวลชน: เพิ่มการเข้าถึงเงินทุนเพื่อติดตั้งโซลาร์ครัวเรือนด้วยโมเดลคราวด์ฟันดิงในไทย’ ของ CFNT  ในปี 2024 พบว่าภาคครัวเรือนที่มีรายได้น้อยเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงงินทุนในการติดตั้งแผงโซลาร์ ดังนั้น CFNT และ FFT มีข้อเสนอด้านนโยบาย 3 ข้อเพื่อแก้ปมปัญหาดังกล่าว

8.ออกมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ระดับชุมชนและครัวเรือนผ่านบิลค่าไฟ (On-Bill Financing: OBF) เพื่อลดต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับและเปลี่ยนมาทยอยจ่ายผ่านบิลค่าไฟแทน

9.ธนาคารแห่งประเทศควรประกาศลดน้ำหนักความเสี่ยงสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพพลังงานจาก 100% สู่ 50% เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการปล่อยสินเชื่อแก่โครงการพลังงานหมุนเวียน

10.ภาครัฐต้องทยอยยกเลิกมาตรการสนับสนุนพลังงานฟอสซิล และเปลี่ยนมาสนับสนุนโครงการพลังงานหมุนเวียนและมาตรการประสิทธิภาพพลังงานแทน

แก้โลกร้อนได้ ต้องใช้เงินนำทาง! สรุปข้อเสนอ 10 นโยบายใช้เงินแก้โลกรวน

ข้อเสนอชุดนี้ต่อยอดมาจากข้อเสนอที่นำเสนอในงาน ‘#เลือกตั้ง ’69 นโยบายพลังงานไทยสู่ Net Zero 2050’ ที่จัดขึ้นโดย Justpow องค์กรที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ และการสื่อสารประเด็นพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เชิญ 9 นักวิชาการ/ ผู้เชี่ยวชาญมานำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพลังงานแก่ตัวแทนจากพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือวิกฤตโลกรวนยังคงดำเนินต่อไป และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากเราไม่รีบลงทุนเพื่อปรับตัวให้เท่าทันปัญหา เราอาจต้องเสียงบประมาณมากกว่าเดิม และเสียหายรุนแรงมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมา

related