svasdssvasds

วิจัยพบการรั่วไหลของก๊าซมีเทน สาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน

วิจัยพบการรั่วไหลของก๊าซมีเทน สาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน

งานวิจัยเผยข้อมูล 'การรั่วไหลครั้งใหญ่ของก๊าซมีเทน' ที่เป็นต้นเหตุภาวะโลกร้อน แต่ประเทศผู้รับผิดชอบกลับไม่ทำอะไรเลย

SHORT CUT

  • ผลวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมพบการรั่วไหลของก๊าซมีเทนครั้งใหญ่จากโรงงานน้ำมันและก๊าซที่ไม่บำรุงรักษา และแหล่งฝังกลบขยะทั่วโลก
  • ก๊าซมีเทนเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนถึง 25% โดยการรั่วไหลบางแห่งส่งผลกระทบเทียบเท่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน
  • นักวิจัยชี้ว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ยังไม่มีประเทศใดลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง

งานวิจัยเผยข้อมูล 'การรั่วไหลครั้งใหญ่ของก๊าซมีเทน' ที่เป็นต้นเหตุภาวะโลกร้อน แต่ประเทศผู้รับผิดชอบกลับไม่ทำอะไรเลย

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมปี 2025 เผยให้เห็นถึงการรั่วไหลครั้งใหญ่ที่สุดของก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โดยพบการรั่วไหลขนาดใหญ่หลายสิบแห่ง ซึ่งเกิดจากโรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษา และแต่ละแห่งส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน

นักวิจัยกล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่ 'น่าโมโหมาก' เพราะการรั่วไหลเหล่านี้เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ง่าย และแทบจะไม่เสียทรัพยากรอะไรเลย ทั้งยังได้ดักจับก๊าซธรรมชาติไปใช้งานต่อได้ แต่กลับไม่พบว่ามีประเทศไหนเลยที่จะลงมือแก้ไขมันอย่างจริงจัง

แม้การรั่วไหลนี้จะเกิดขึ้นทั่วโลก แต่รายชื่อ 25 อันดับแรก ซึ่งจัดทำโดยโครงการ Stop Methane Project ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) นั้น ส่วนใหญ่เป็นโรงงานในประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งเคยมีรายงานการรั่วไหลของมีเทนซึ่งถูกรัฐปกปิดข้อมูล

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มควันมลพิษจากการรั่วไหลที่ถูกตรวจพบในรัฐเท็กซัส ของสหรัฐอเมริกา  ซึ่งปล่อยให้ก๊าซมีเทนรั่วไหลกว่า 5.5 ตันต่อชั่วโมง เทียบเท่ากับการขับรถ SUV ที่สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณหนึ่งล้านคัน

โครงการ Stop Methane ยังได้วิเคราะห์กลุ่มก๊าซมลพิษจากแหล่งฝังกลบขยะ ซึ่งขยะอินทรีย์ที่เน่าเปื่อยสามารถปล่อยก๊าซมีเทนออกมาในปริมาณมหาศาลหากไม่มีการจัดการที่ดี แหล่งฝังกลบที่มีปัญหาเหล่านี้กระจายตัวอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ตุรกีไปจนถึงแอลจีเรีย และมาเลเซียไปจนถึงสหรัฐอเมริกา

การปล่อยก๊าซมีเทนมีส่วนถึง 25% ของการก่อภาวะโลกร้อน และนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าการเร่งตัวขึ้นนี้มีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่จะก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศที่ร้ายแรง แต่ในขณะเดียวกัน ก๊าซมีเทนก็สามารถถูกกำจัดออกจากชั้นบรรยากาศตามธรรมชาติได้เร็วกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก หากสามารถลดปริมาณได้ก็ถือเป็น 'เบรกฉุกเฉิน' ของปัญหาสภาพภูมิอากาศเช่นกัน