svasdssvasds

นโยบายลดค่าไฟพรรคก้าวไกล ช่วยลดค่าไฟแพงชาวไทยได้อย่างไร?

นโยบายลดค่าไฟพรรคก้าวไกล ช่วยลดค่าไฟแพงชาวไทยได้อย่างไร?

พรรคก้าวไกลมีนโยบายลดค่าไฟแพงได้อย่างไร? ชวนส่องนโยบายลดค่าไฟของพรรคก้าวไกล หลังจากปิดหีบเลือกตั้งและได้คะแนนเสียงจากประชาชนนำโด่ง

ปัญหาค่าไฟยังคงเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจเสมอ โดยเฉพาะเมื่อฤดูร้อนมาถึง ซึ่งไทยก็ร้อนเกือบทั้งปีอยู่แล้ว นอกจากอากาศร้อนที่สูงขึ้นทุกปีจากภาวะโลกร้อน ก็มีค่าไฟด้วยที่แหละที่พุ่งสูงตามขึ้นมาด้วย และก็ทำให้คนไทยมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น

หลังจากผ่านช่วงการหาเสียง ช่วงเลือกตั้งและช่วงปิดหีบนับคะแนนมาแล้ว พรรคก้าวไกลได้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของพรรคที่มีผู้ลงคะแนนให้มากที่สุด ดังนั้น Springnews ในคอลัมน์ Keep The World จึงขอทวนนโยบายหาเสียงของพรรคก้าวไกลในการแก้ปัญหาค่าไฟแพงกันหน่อยว่ามีวิธีหรือแนวทางแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง?

นโยบายลดค่าไฟพรรคก้าวไกล ช่วยลดค่าไฟแพงชาวไทยได้อย่างไร? นโยบาย เปิดตลาดซื้อ-ขายไฟฟ้าเสรี รัฐดูแลระบบสายส่ง

ปัญหา

รัฐไทยมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ภายในปี 2030 โดยจะต้องลดลง 333 ล้านตันคาร์บอน ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงแค่ 10% เท่านั้น หากเทียบกับการปล่อยเมื่อปี 2018

นอกจากนี้ก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคการผลิตไฟฟ้าเป็นหลักด้วย อีกทั้งค่าไฟราคาถูกก็เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด ดังนั้นก้าวไกลมีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขดังนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิธีแก้

  • ปลดล็อกให้ประชาชนเลือกซทื้อแผนการใช้ไฟฟ้าระหว่างผู้ผลิตหลายราย (เหมือนการเลือกแพ็คเกจโทรศัพท์) โดยการยกเลิกการที่กฟผ. เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียว และเปิดตลาดแข่งขันเสรี เพื่อลดค่าไฟให้ประชาชน กระตุ้นการใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิต ยกระดับคุณภาพบริการ และป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ปรับบทบาทของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เหลือแค่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ โดยแยกหน้าที่ของการกำกับดูแลระบบสายส่งให้มาอยู่ภายใต้หน่วยงานใหม่ของรัฐ เพื่อความเป็นธรรมในการเข้าถึงสายส่งไฟฟ้า
  • เปิดตลาดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำเพื่อขายให้กับภาคธุรกิจเอกชน/กิจกรรมทางสังคม (เช่น การประชุมคอนเสิร์ต) ที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในราคาที่เพิ่มสูงขึ้น และคืนทุนได้เร็วขึ้น เป็นแรงจูงใจให้มีการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นได้

นโยบายลดค่าไฟพรรคก้าวไกล ช่วยลดค่าไฟแพงชาวไทยได้อย่างไร? นโยบาย “ค่าไฟแฟร์” ถูกและเป็นธรรมสำหรับประชาชน

ปัญหา

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาพลังงานสูงเพราะนโยบายของรัฐบาลในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มีการอนุมัติสัมปทานโรงไฟฟ้าให้กับทุนใหญ่พลังงานเป็นจำนวนมาก สุดท้ายกลายเป็นประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่าความต้องการใช้ไปแล้วถึง 60%

และสิ้นปี 2565 ที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของประเทศไทยมีทั้งหมด 13 โรงไฟฟ้า แต่มีโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่องเลยแม้แต่วันเดียว 7 โรง และกลายเป็นว่าประชาชนต้องจ่ายเงินค่าบริการให้กับกลุ่มทุนพลังงานที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเหล่านี้ เพราะรัฐบาลไปทำสัญญาประกันกำไรให้กับกลุ่มทุนพลังงาน สุดท้ายภาระตกอยู่กับประชาชน ดังนั้นก้าวไกลมีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขดังนี้

วิธีแก้

  • ลดค่าไฟให้กับประชาชนได้อย่างน้อย 70 สตางค์/หน่วย (เฉลี่ยบ้านละ 150 บาท) โดยปรับนโยบายเพื่อให้ความสำคัญกับประชาชนก่อนกลุ่มทุน (เช่น การเปลี่ยนนโยบายก๊าซธรรมชาติให้โรงแยกก๊าซร่วมหารต้นทุนก๊าซใน Energy Pool ด้วย และให้ก๊าซจากอ่าวไทยขายให้โรงไฟฟ้าก่อนโรงงานอุตสาหกรรม หรือขายก๊าซให้โรงงานอุตสาหกรรมในราคา LNG เพื่อให้ก๊าซจากอ่าวไทยราคาถูกกว่าป้อนโรงไฟฟ้าได้มากขึ้น)
  • เจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับสัมปทานทุนใหญ่พลังงานใหม่ เพื่อลดต้นทุนที่เกิดขึ้นจากค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง

นโยบาย “หลังคาสร้างรายได้” เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ประกันราคาซื้อพลังงานสะอาดสำหรับครัวเรือน

ปัญหา

ไฟฟ้าในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงผลิตมาจากพลังงานถ่านหิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยังมีราคาแพง รวมถึงการนำเข้าพลังงาน แต่หากเราสามารถผลิตพลังงานเองได้ และเป็นมิตรต่อโลก เราก็ต้องนึกถึงพลังงานสะอาดจากธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานก๊าซชีวมวล

แต่ที่ฮิตสุดที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้คือ พลังงานแสงอาทิตย์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศประเทศไทยด้วย จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แต่ปัจจุบันประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงโซลาร์เซลล์ได้อย่างง่าย มีขั้นตอนยุ่งยาก และมีราคาแพง ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนผ่านพลังงานให้กับประชาชนอย่างเป็นธรรม

นโยบายลดค่าไฟพรรคก้าวไกล ช่วยลดค่าไฟแพงชาวไทยได้อย่างไร? แก้ไข

  • ปลดล็อกให้ประชาชนทุกบ้านติดแผงโซลาร์เซลล์ ด้วยระบบ net metering (หักลบหน่วยขาย/ซื้อ) เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า และเปิดโอกาสให้ขายไฟฟ้าที่ผลิตเกินใช้ กลับคืนให้รัฐในราคาตลาด
  • เพิ่มแต้มต่อให้ประชาชนผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน โดยการสนับสนุนให้เกิดการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน (จากระบบ net metering) จากโซลาร์เซลล์และพลังงานหมุนเวียนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย ในราคาที่สูงกว่าตลาด และประกันราคารับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำ หากยังไม่มีตลาดที่ 2.2 บาท.หน่วย หรือก็คือ นอกจากจะผลิตไฟฟ้าเองได้จากโซลาร์เซลล์แล้ว เมื่อมีไฟฟ้าส่วนเกิน ประชาชนสามารถขายไฟนั้นให้กับรัฐได้อัตโนมัติผ่านระบบ net metering นั่นเอง และได้ราคาดีกว่าตลาดด้วย

ที่มาข้อมูล

พรรคก้าวไกล 

related