svasdssvasds

เปิดคู่มือ ขับรถ EV ต้องรู้ วางแผนก่อนเดินทางช่วงเทศกาล-หยุดยาว

เปิดคู่มือ ขับรถ EV ต้องรู้ วางแผนก่อนเดินทางช่วงเทศกาล-หยุดยาว

ยุคน้ำมันแพงดันยอดรถ EV พุ่ง หยุดยาวนี้มือใหม่ต้องรู้ทริกจัดทริป, วางแผนจุดชาร์จ, จองคิวล่วงหน้า เล็งที่พักมีที่ชาร์จ เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นไม่มีสะดุด

SHORT CUT

  • ผู้ใช้ รถ EV ต้องคำนวณระยะทางจริง ใช้แอปฯ ค้นหาสถานี และมองหาผู้ให้บริการที่สามารถ 'จองคิวชาร์จล่วงหน้า' ได้ เพื่อเลี่ยงปัญหารอคิวนาน
  • การเลือกจองที่พักที่มี EV Charger ให้บริการ จะช่วยแก้ปัญหาการหาสถานีชาร์จระหว่างวัน ทำให้สามารถเดินทางต่อได้ทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น
  • ควรพกสาย Portable Charger ติดรถไว้เสมอ และมีน้ำใจในการใช้ตู้สาธารณะด้วยการชาร์จเพียง 80% แล้วเลื่อนรถออกทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาคันหลัง

ยุคน้ำมันแพงดันยอดรถ EV พุ่ง หยุดยาวนี้มือใหม่ต้องรู้ทริกจัดทริป, วางแผนจุดชาร์จ, จองคิวล่วงหน้า เล็งที่พักมีที่ชาร์จ เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นไม่มีสะดุด

วิกฤตราคาน้ำมันแพง ส่งผลให้กระแสความนิยมรถ EV ในไทยมาแรง ผู้ใช้รถจำนวนมากหันมาพึ่งพาการชาร์จไฟฟ้าแทนการเติมน้ำมันเพื่อ 'ประหยัดค่าใช้จ่าย'

CREDIT : Hyundai

ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นบททดสอบสำหรับผู้ขับขี่ EV มือใหม่ เนื่องจากปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับจำนวนสถานีชาร์จสาธารณะที่ยังกระจายตัวไม่ครอบคลุมในบางเส้นทาง ทำให้ผู้ขับขี่อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์แย่งกันชาร์จ หรือต้องรอคิวเป็นเวลานาน

การเดินทางข้ามจังหวัดด้วยรถ EV จึงไม่สามารถใช้วิธีขับไปเรื่อยๆ แล้วค่อยหาปั๊มแบบรถยนต์สันดาปได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัย 'การวางแผนล่วงหน้า' 

3 เทคนิค เดินทางด้วยรถ EV ในช่วงหยุดยาว-เทศกาล

1.เช็กระยะทางและวางแผนจุดชาร์จ : ผู้ขับขี่ต้องทำความเข้าใจระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้จริง ซึ่งมักจะลดลงจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางไกล

เปิดคู่มือ ขับรถ EV ต้องรู้ วางแผนก่อนเดินทางช่วงเทศกาล-หยุดยาว

ควรใช้แอปพลิเคชันส่วนกลางอย่าง PlugShare เพื่อตรวจสอบสถานีชาร์จในเส้นทาง โดยกำหนดจุดชาร์จหลักเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 15-20% และต้องมี 'สถานีชาร์จสำรอง' ในรัศมีใกล้เคียงเสมอ เผื่อกรณีตู้ชาร์จขัดข้องหรือคิวรอยาวเกินไป

2. จองคิวล่วงหน้า : สถานีชาร์จส่วนใหญ่ให้บริการแบบ First Come First Serve หรือใครมาก่อนได้ก่อน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในช่วงเทศกาล แนะนำให้เลือกใช้บริการเครือข่ายสถานีชาร์จที่มีฟีเจอร์ 'จองคิวล่วงหน้า' ผ่านแอปพลิเคชัน โดยให้ผู้โดยสารช่วยกดจองเมื่อใกล้ถึงสถานี เพื่อการันตีว่าเมื่อไปถึงแล้วจะสามารถเสียบชาร์จได้ทันที

3.ชาร์จข้ามคืน : ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับช่วงหยุดยาว คือการเลือกพักในโรงแรม รีสอร์ต หรือที่พักที่มีบริการ EV Charger (มักเป็นตู้ AC) เพื่อให้สามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนขณะพักผ่อน ตื่นเช้ามาแบตเตอรี่เต็ม 100% พร้อมเดินทางต่อโดยไม่ต้องเครียดกับการวนหาสถานีชาร์จระหว่างทาง

นอกจากนี้ ควรพก 'สายชาร์จฉุกเฉิน' ติดรถไว้เสมอ สำหรับกรณีฉุกเฉินที่จำเป็นต้องขอต่อปลั๊กไฟบ้านทั่วไปเพื่อชาร์จให้พอวิ่งถึงสถานีถัดไป

ในช่วงที่ทุกคนต้องการใช้บริการตู้ชาร์จสาธารณะ (DC Fast Charge) แนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 80% ก็เพียงพอต่อการเดินทางไปยังจุดถัดไป

เนื่องจากช่วง 80-100% รถจะรับกระแสไฟช้าลงมาก และเมื่อชาร์จเสร็จควรเลื่อนรถออกทันที ไม่ควรจอดแช่ทิ้งไว้ เพื่อเปิดทางให้เพื่อนร่วมทางคันอื่นๆ ได้ใช้งานต่อ

 

related