svasdssvasds

ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้หายากที่หายไปกว่า 130 ปี ที่อ่าวพังงา

ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้หายากที่หายไปกว่า 130 ปี ที่อ่าวพังงา

กรมอุทยานฯ เผยข่าวดี! ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้หายากที่หายไปกว่า 130 ปี กลางหน้าผาเขาหินปูนอ่าวพังงา-เขาสก

SHORT CUT

  • มีการค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้หายากที่เคยคาดว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วเป็นเวลานานกว่า 130 ปี
  • พบประชากรพืชดังกล่าวอีกครั้งในระบบนิเวศเขาหินปูน บริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา และอุทยานแห่งชาติเขาสก (จ.สุราษฎร์ธานี)
  • การค้นพบครั้งนี้นำไปสู่แผนการศึกษาวิจัยต่อยอดโดยกรมอุทยานฯ เพื่อการอนุรักษ์ ขยายพันธุ์ และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

กรมอุทยานฯ เผยข่าวดี! ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้หายากที่หายไปกว่า 130 ปี กลางหน้าผาเขาหินปูนอ่าวพังงา-เขาสก

วันที่ 2 มกราคม 2569​ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยข่าวดีด้านการอนุรักษ์พรรณไม้ระดับโลก หลังทีมนักวิจัยค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่เคยคาดว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วนานกว่า 130 ปี โดยพบประชากรอีกครั้งในพื้นที่ระบบนิเวศเขาหินปูนในจังหวัดพังงาและสุราษฎร์ธานี

"หูเสือใบขน" สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติกว่า 130 ปี

“หูเสือใบขน” หรือชื่อพฤกษศาสตร์ปัจจุบันคือ Coleus tomentifolius (Suddee) Suddee ถูกสำรวจพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ (Mr. Curtis) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2439 ในพื้นที่จังหวัดพังงา แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา กลับไม่มีรายงานการพบเห็นพืชชนิดนี้ในธรรมชาติอีกเลย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 ได้มีการตีพิมพ์ชื่อพรรณไม้ชนิดนี้เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกโดยบรรยายลักษณะจากตัวอย่างแห้งเพียงชิ้นเดียวที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอพรรณไม้ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น

ล่าสุด ภายใต้โครงการวิจัยความหลากหลายของพันธุ์พืชในระบบนิเวศเขาหินปูน โดยกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช นำโดย นางสาวนัยนา เทศนา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ พร้อมคณะ ได้ดำเนินการล่องเรือสำรวจหน้าผาหินปูนบริเวณเขื่อนรัชชประภา อุทยานแห่งชาติเขาสก และต่อเนื่องไปยังอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ในช่วงปี พ.ศ. 2567-2568

ในการสำรวจครั้งนี้ ทีมวิจัยได้พบกับพืชพุ่มขนาดเล็กเกาะอยู่บนหน้าผาสูงชันซึ่งยากต่อการเข้าถึง จนต้องใช้ไม้สอยเพื่อนำตัวอย่างมาตรวจสอบอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าเป็น “หูเสือใบขน” พรรณไม้ที่นักพฤกษศาสตร์ทั่วโลกตามหามานานนับศตวรรษ

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันว่า “หูเสือใบขน” ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเขาหินปูนในประเทศไทย โดยกรมอุทยานฯ เตรียมวางแผนศึกษาวิจัยต่อยอด ทั้งในด้านการอนุรักษ์ การขยายพันธุ์ และการศึกษาคุณประโยชน์เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

หูเสือใบขน (ชื่อพฤกษศาสตร์เดิม: 𝘗𝘭𝘦𝘤𝘵𝘳𝘢𝘯𝘵𝘩𝘶𝘴 𝘵𝘰𝘮𝘦𝘯𝘵𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘶𝘴) มีลักษณะเด่นคือเป็นพืชล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำ ใบมีขนหนาแน่นทั้งสองด้าน ดอกมีสีขาวแกมชมพูสวยงาม ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ปัจจุบันถูกจัดกลุ่มใหม่ให้อยู่ในสกุล Coleus ตามหลักวิวัฒนาการชาติพันธุ์

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องน่ายินดีของวงการพฤกษศาสตร์ไทย แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนศึกษาวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันที่จะเดินหน้าสำรวจและคุ้มครองถิ่นที่อยู่อาศัยของพรรณไม้หายากเหล่านี้ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของไทยให้คงอยู่สืบไป

related