
SHORT CUT
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ประกาศกระทรวงฯ ปรับภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล สร้างเศรษฐกิจไทย
ท่ามกลางการขยายตัวของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำกร่อยและชายฝั่ง ระบบนิเวศรอบข้างกำลังเผชิญแรงกดดันจากน้ำทิ้งที่อาจปนเปื้อนสารอินทรีย์ สารเคมี และตะกอนต่างๆ เพื่อไม่ให้การพัฒนาเศรษฐกิจเดินสวนทางกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ภาครัฐจึงประกาศใช้ มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย และบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เป็นกรอบกำกับที่ชัดเจนในการจัดการน้ำทิ้ง ลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ รักษาสมดุลของระบบนิเวศ และสร้างความยั่งยืนให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว
ล่าสุดมีความคืบหน้าในเรื่องนี้จาก…‘สุรินทร์ วรกิจธำรง’ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย และมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ประกาศบังคับใช้มาเป็นระยะเวลามากกว่า 15 ปี ที่ผ่านมามีปัญหาความยุ่งยากซ้ำซ้อนในการจำแนกประเภทบ่อเพาะเลี้ยงหรือชนิดของสัตว์น้ำของบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษต้องใช้ดุลยพินิจเป็นอย่างมากในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้เกิดความสับสนในการเลือกใช้มาตรฐานที่ถูกต้อง และอาจไม่สอดคล้องกับลักษณะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่หลากหลายและเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีการเลี้ยงในปัจจุบัน
รวมถึงผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์น้ำ มีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้คำว่า “แหล่งกำเนิดมลพิษ และน้ำเสีย” ในชื่อมาตรฐานฯ ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของการส่งออกสินค้าระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย
‘สุรินทร์’ กล่าวว่า คพ. ได้เสนอปรับปรุงมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ ทั้ง 2 ฉบับ รวมเป็นมาตรฐานเดียวกัน และปรับชื่อเป็น “มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล” เพื่อให้เกิดความชัดเจน ลดดุลยพินิจของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษในการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลหรือสัตว์น้ำเค็มเหมือนกัน และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายหลักด้านการประมงซึ่งได้กำหนดประเภทสัตว์น้ำเป็นสัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำทะเล โดยได้ทบทวนคำนิยาม ค่าพารามิเตอร์ ขนาดพื้นที่บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล การกำหนดแนวเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบัน ซึ่งได้พิจารณากฎหมายของกรมประมงร่วมด้วย
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ประกาศกระทรวงฯ ที่ปรับปรุงใหม่ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของการส่งออกสินค้าระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย คพ. ได้ปรับเปลี่ยนคำในชื่อประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา ๖๙ ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ จากเดิม “กำหนดประเภทของบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม” ปรับเป็น “กำหนดให้บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล
ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบกิจการที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม” ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ของการส่งออกสินค้าระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทยดีขึ้น สร้างรายได้ เพิ่มเศรษฐกิจให้ประเทศ นายสุรินทร์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จ่าเอก ยศสิงห์ สั่งเด็ดขาด โรงงานห้ามปล่อย น้ำเสีย ช่วงน้ำท่วม
ไทยปรับ “มาตรฐานปล่อยน้ำเสีย” ใหม่คุมเข้มโรงงาน 68 ประเภท-บ่อสัตว์น้ำจืด