svasdssvasds

เปิดนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ของ 5 พรรคใหญ่ ก่อนเลือกตั้งปี 2569

เปิดนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ของ 5 พรรคใหญ่ ก่อนเลือกตั้งปี 2569

ฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยคำสั่งอย่างเดียว เรารวบรวมนโยบายจาก 5 พรรคใหญ่ ว่าแต่ละพรรคมองต้นตอปัญหาและทางออกของอากาศสะอาดในปี 2569 อย่างไร

SHORT CUT

  • พรรคการเมืองต่างๆ เสนอแนวทางแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด การส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ และการสนับสนุนภาคเกษตรเพื่อลดการเผา
  • มีการนำเสนอแนวทางใหม่ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยี AI และดาวเทียมเพื่อชี้เป้าและวิเคราะห์ต้นตอฝุ่น การเปิดเผยข้อมูลมลพิษจากโรงงานให้ประชาชนตรวจสอบ และการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจผ่านตลาดคาร์บอนเครดิต
  • นโยบายมุ่งจัดการปัญหาจากหลายต้นตอ ทั้งในเขตเมือง (กำหนดเขตมลพิษต่ำ) ภาคเกษตรกรรม (สนับสนุนเครื่องจักร) และปัญหามลพิษข้ามพรมแดนผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ

ฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยคำสั่งอย่างเดียว เรารวบรวมนโยบายจาก 5 พรรคใหญ่ ว่าแต่ละพรรคมองต้นตอปัญหาและทางออกของอากาศสะอาดในปี 2569 อย่างไร

โค้งสุดท้ายก่อนศึกเลือกตั้งปี 2569 หนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่เลี่ยงไม่ได้ คือปัญหา ‘ฝุ่น PM2.5’ วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กระทบทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน

อากาศสะอาดไม่ใช่แค่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็นนโยบายชี้วัดวิสัยทัศน์ของพรรคการเมือง SPRiNG ชวนส่องนโยบายแก้ฝุ่นของ 5 พรรคใหญ่ ว่าใครมีแนวคิดอะไร และทางออกแบบไหนที่น่าจับตาในปี 2569

เปิดนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ของ 5 พรรคใหญ่ ก่อนเลือกตั้งปี 2569

พรรคเพื่อไทย ผลักดันกฎหมาย - ลดรถส่วนตัว

  • เร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ในกระบวนการ ให้กลายเป็นกฎหมายโดยเร็ว เพื่อสร้างกรอบการจัดการมลพิษอย่างเป็นระบบ
  • ด้านการคมนาคม ชูมาตรการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และ รถเมล์แอร์ 10 บาท ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นหลักในเมือง
  • ฝั่งภาคเกษตรกรรม อุดหนุนเครื่องจักรไถกลบ และเทคโนโลยีแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร ลดแรงจูงใจในการเผาในที่โล่ง
  • เจรจากับเพื่อนบ้าน ช่วยหยุดฝุ่นข้ามพรมแดน

เปิดนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ของ 5 พรรคใหญ่ ก่อนเลือกตั้งปี 2569

พรรคประชาชน แก้ที่ต้นตอ เปิดข้อมูล โปร่งใส ตรวจสอบได้

  • ใช้โมเดล “ส้มสู้ฝุ่น” เน้นแก้ปัญหาจากฐานราก เริ่มจากการ โอนงบจัดการไฟป่าให้ท้องถิ่น เพราะคนในพื้นที่รู้จุดเสี่ยงดีที่สุด และไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง
  • ผลักดันกฎหมาย PRTR บังคับให้โรงงานอุตสาหกรรมเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษสู่สาธารณะผ่านแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าใครปล่อยอะไร และเกินมาตรฐานหรือไม่
  • ในเขตเมือง พรรคเสนอให้กรุงเทพฯ เป็น เขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) เปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะเป็น EV ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมเปิดทางให้รถยนต์สันดาปอายุเกิน 15 ปี นำรถมาประเมินสภาพเพื่อแลก คูปองส่วนลดรถไฟฟ้า หรือคูปองขนส่งสาธารณะมูลค่าสูง ลดจำนวนรถเก่าที่เป็นต้นตอฝุ่น
  • แก้ฝุ่นที่ต้นตอภาคเกษตร ด้วยการใช้ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้จริง (Burnscar) วางแผนล่วงหน้า สนับสนุนเครื่องจักรและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรไม่เผา พร้อมบังคับความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่การผลิต
  • เปลี่ยนมลพิษที่เคย “ฟรี” ให้มีต้นทุนจริง ด้วยหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (PPP) ผ่านกลไกค่าธรรมเนียม ตลาดสิทธิปล่อยมลพิษ กองทุนอากาศสะอาด และแรงจูงใจทางการเงิน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีสะอาดอย่างยั่งยืน
  • เพราะฝุ่นพิษข้ามแดนเกินขอบเขตการแก้ของประเทศเดียว พรรคประชาชนจึงเสนอให้ไทยเป็นผู้นำอาเซียน ใช้ศูนย์ข้อมูลร่วมระดับภูมิภาค กลไกการค้าและห่วงโซ่อุปทานเกษตรไม่เผา ความร่วมมือด้านสุขภาพและภัยพิบัติ พร้อมเครื่องมือการเงินและการบังคับใช้ เพื่อควบคุมและลดมลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

เปิดนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ของ 5 พรรคใหญ่ ก่อนเลือกตั้งปี 2569

พรรคภูมิใจไทย สิ่งแวดล้อมต้องเดินไปพร้อมปากท้อง

  • พรรคภูมิใจไทยยังคงแนวคิด “พูดแล้วทำ” โดยเชื่อมโยงการแก้ฝุ่นเข้ากับเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการผลักดัน ตลาดคาร์บอนเครดิต ให้การปลูกป่าและดูแลพื้นที่สีเขียวสามารถสร้างรายได้จริงให้ประชาชน
  • พรรคยังสนับสนุน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและส่วนลดภาษีสำหรับโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล และลดมลพิษในระยะยาว
  • ด้านการค้าระหว่างประเทศ มีมาตรการเข้มงวด ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาป่า 100% โดยใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อกดดันการเผานอกประเทศที่ส่งผลกระทบต่อไทย

พรรคประชาธิปัตย์ จัดการเชิงพื้นที่ ใช้กฎหมายเชิงรุก

  • แก้ฝุ่นแบบ “เจาะพื้นที่” โดยกำหนด เขตกรุงเทพฯ ชั้นในเป็นเขตปลอดรถควันดำ และจำกัดการเข้าถึงของรถยนต์สันดาปเก่า
  • ออก พันธบัตรป่าไม้ เพื่อระดมทุนฟื้นฟูป่า และนำเงินไปจ่ายค่าตอบแทนให้ประชาชนที่ช่วยดูแลพื้นที่ไม่ให้เกิดการเผา
  • ควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการจัดการขยะจากต้นทาง เพื่อลดการเผาขยะในที่โล่ง ซึ่งเป็นแหล่งฝุ่นที่มักถูกมองข้ามในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

พรรคไทยก้าวใหม่ ใช้วิศวกรรมและ AI แก้ฝุ่นให้ตรงจุด

  • ชูจุดแข็งด้านวิศวกรรมเทคโนโลยี และ AI เป็นหัวใจของนโยบาย
  • แนวทางหลักคือการใช้ ดาวเทียมตรวจจับจุดเผาและไฟป่า รวมถึงมลพิษข้ามพรมแดนแบบละเอียดระดับรายตารางเมตร เพื่อส่งทีมเข้าสกัดได้ทันที
  • พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ที่มาของฝุ่นในแต่ละวัน ว่าเกิดจากรถยนต์ โรงงาน หรือการเผา เพื่อออกมาตรการให้ตรงจุด ไม่หว่านแห และเสนอปรับผังเมืองกับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยระบายอากาศในพื้นที่แอ่งกระทะและเขตตึกสูง

นโยบายแก้ฝุ่น PM2.5 กลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญของการเลือกตั้งปี 2569 แต่ละพรรคมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน

สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า “ใครพูดได้แรงกว่า” แต่คือ “ใครทำได้จริง และทำได้ต่อเนื่อง”

แล้วคุณล่ะ คิดว่านโยบายของพรรคไหนมีโอกาสพาไทยออกจากวิกฤตฝุ่นได้มากที่สุด?

related