
ปฏิวัติวงการก่อสร้างด้วย ‘Q-CON อิฐคนใต้’ ด้วยนวัตกรรมอิฐมวลเบารักษ์โลก และโรงงานอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน ด้วยระบบ Smart & Green Manufacturing ปักหลักแล้ว จ.สงขลา
หากพูดถึงเรื่องการสร้างบ้านหรืออาคาร สิ่งที่เรามักนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องความแข็งแรง ทนทาน และความสวยงาม
แต่ในยุคที่โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาวะโลกร้อนอย่างหนัก ความท้าทายของวงการก่อสร้างในวันนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่‘สร้างได้มั่นคงแค่ไหนเท่านั้น’ แต่ยังต้องตอบคำถามด้วยว่า ‘สร้างอย่างไรให้เป็นมิตรต่อโลกและช่วยประหยัดพลังงานได้มากที่สุด’
SPRiNG ในคอลัมน์ Keep The World พาเดินทางลงใต้ ไปยังจ.สงขลา ไปเจาะลึกเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างไทย เมื่อ SCG CBM และ Q-CON ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ด้วยการเปิดตัว ‘โรงงาน Q-CON สงขลา’ ซึ่งนับเป็น ฐานการผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ผสมผสานเทคโนโลยี Smart & Green Manufacturing ที่เข้ากันกับของภูมิประเทศของภาคใต้ จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่เรียกว่า ‘Q-CON อิฐคนใต้’ อิฐมวลเบารักษ์โลกที่ตอบโจทย์ทั้งคนสร้าง คนอยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมอิฐมวลเบาต้องมีสูตรเฉพาะกับภาคใต้? คำตอบคือ ภาคใต้ของไทยเรามีลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์มาก มีความชื้นสูง เจอทั้งแดดจัดและฝนตกชุกตลอดปี ยิ่งไปกว่านั้น ภาคใต้ยังเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วนยอดขายถึง 18%-19% ของประเทศ (ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล) แต่ในอดีต ฐานการผลิตวัสดุก่อสร้างใหญ่ มักจะกระจุกตัวอยู่ในภาคกลาง ทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งสูงและใช้เวลานานในการส่งมอบ
SCG CBM และ Q-CON จึงนำ Customer Insight หรือความเข้าใจความต้องการของคนในพื้นที่จริง มาแก้โจทย์คอขวดด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยตั้งฐานการผลิตแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า ‘Q-CON อิฐคนใต้’ ขึ้นมาโดยเฉพาะ
โรงงาน Q-CON สงขลาแห่งนี้ ใช้เงินลงทุนกว่า 1,057 ล้านบาท มีกำลังการผลิตสูงถึง 3.9 ล้านตารางเมตรต่อปี และที่สำคัญคือการดำเนินงานที่ใช้ระบบ Fully Automation ครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ
ลืมภาพโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างแบบเดิม ๆ ที่ฝุ่นฟุ้งกระจายและใช้แรงงานคนปริมาณมากไปได้เลย เพราะที่นี่นำเทคโนโลยี AI, Automation และ Digital Technology เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้จากเดิมที่ใช้แรงงานคนนับร้อย ปัจจุบันเหลือเพียง 20 กว่าคนเท่านั้น ในการเฝ้าดูแลระบบผ่านห้องควบคุม นอกนั้นจะปล่อยให้ระบบ Automation ครอบคลุมกระบวนการผลิต เพื่อช่วยความผิดพลาด ยกระดับคุณภาพสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
และปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรงงาน Q-CON สงขลา เป็นโรงงานอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน คือที่นี่ได้มีการติดตั้งเทคโนโลยี Dual Green Separator ระบบแยกบล็อกคอนกรีตพร้อมกันทั้ง 2 ด้านก่อนนำไปอบไอน้ำ ช่วยให้ไอน้ำแทรกซึมเข้าถึงเนื้ออิฐได้ทุกก้อน ยกระดับความแข็งแรงและความแม่นยำของสินค้าให้ได้มาตรฐานสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมอัจฉริยะอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ได้แก่
โรงงาน Q-CON ที่สงขลา ยึดถือแนวคิด Green Manufacturing ที่ไม่เพียงแค่ผลิตสินค้าสีเขียว แต่ตัวโรงงานเองก็ต้องเป็นมิตรต่อโลกด้วย
นอกจากนี้ ยังผสมผสานควบคู่ไปกับแนวคิด Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) และ Zero Waste มาปฏิบัติอย่างจริงจัง ผ่านระบบบริหารจัดการทรัพยากรแบบปิด (Closed-loop Circularity)
ความยั่งยืนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการพัฒนา "คน" Q-CON ไม่ได้มองแค่การขายสินค้า แต่ยังยึดหลักการบริหารจัดการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (มอก.9999) ที่เน้นความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน บนพื้นฐานของความรู้และคุณธรรม ผ่าน 2 โครงการสำคัญที่สร้างประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างน่าชื่นชม
1. โครงการ Q-CON Build U: เปิดพื้นที่เรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องนวัตกรรมคอนกรีตมวลเบาและการก่อสร้างยั่งยืนตามแนวทาง ESG ให้กับน้องๆ นักศึกษา สายออกแบบและก่อสร้าง มีน้องๆ เข้าร่วมแล้วกว่า 1,185 คน จาก 15 สถาบันการศึกษาทั่วภาคใต้ (อาทิ สงขลา, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช ฯลฯ)
2. โครงการ Q-CON Train U: ผนึกกำลังกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับทักษะพี่ๆ ช่างก่อสร้างและผู้รับเหมาในพื้นที่ จัดเทรนนิ่งทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ให้ติดตั้งอิฐมวลเบาได้อย่างถูกหลักวิชาการ ประหยัดเวลา และได้งานคุณภาพสูง
นอกจากนี้ยังขยายผลผ่านแคมเปญ Good Guy Gang ชวนพนักงาน ชุมชน และคู่ค้า มาร่วมกันทำความดีเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่ร่วมกันอีกด้วย
การเติบโตของโรงงาน Q-CON สงขลา และ อิฐคนใต้ ในครั้งนี้ ทำให้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด ของธุรกิจในยุคปัจจุบัน การนำเทคโนโลยี AI และ Automation มาผนวกเข้ากับความใส่ใจสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ คือสูตรสำเร็จที่ช่วยให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างมั่นคง
นอกจากจะช่วยคนใต้ได้สร้างบ้านที่เย็นสบาย ประหยัดพลังงาน และได้ใช้วัสดุคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่าแล้ว โรงงานแห่งนี้ ยังเป็นฐานการผลิตสำคัญในการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย เมียนมา มัลดีฟส์ และบังคลาเทศ ซึ่งเป็นการประกาศศักยภาพของนวัตกรรมไทยในระดับภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย